[Fic] · [Side Story] · [TOB] · [Uriel]

[TOB] Side Story 01: วันหนึ่งของพี่น้องซิลเวอร์

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

55defd_e18493fefb2549d59fc21ab21dc193a1

Thief of Baramos
[Fan commu]

55defd_4f0b4151338f4b87a35ef40836d944c0

The Philosopher Citadel

…………………………………………………………………………………

Side Story 01 : วันหนึ่งของพี่น้องซิลเวอร์

…………………………………………………………………………………

 

…ดวงตาโตได้รูปสีดำขลับราวกับลูกแก้ว จ้องเป๋งมองสบมา…

…ความคิดแรกของผมในตอนนั้นก็คือ…เอาไปให้น้องมอลลี่อุ้มเล่นดีกว่า…

.

.

………………………………………………

“ไซ!”…… “ไซ!!”… “อิไซอาห์!!”…

…เสียงเรียกชื่ออย่างสนิทสนมซึ่งหมายถึงเจ้าชายอิไซอาห์ ซิลเวอร์ เจ้าชายในพระมเหสีองค์รองของกษัตริย์อารอนแห่งซาเรส ดังก้องโถงทางเดินปราสาท พร้อมเสียงฝีเท้าของเจ้าชายอูริเอล วอน สไตน์ พระภาคิไนยจอมซนองค์น้อยของกษัตริย์อารอน ซึ่งเป็นพระโอรสของเจ้าหญิงไดน่า ซิลเวอร์ พระเชษฐภคินีของกษัตริย์อารอน กับ คัสเทรล วอน สไตน์ หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างฝีมือฉกาจแห่งซาเรส

พระพักตร์คมคายแม้ในวัยเพียง 6 ชันษาของเจ้าชายพระองค์น้อย บัดนี้ดูตื่นเต้นซุกซนกว่าทุกที พระเกษาสีทองสว่างราวกับแสงแดดอ่อนยามเช้าพลิ้วสลวยไปด้านหลัง ด้วยความเร็วของการก้าวยาวๆ อย่างร้อนพระทัยจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง พระเนตรสีฟ้าอมม่วงเป็นประกายฉายแววตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

“ทรงรีบร้อนไปไหนเพคะเจ้าชายอูริเอล”

เสียงหัวหน้านางกำนัลซึ่งกำลังเดินนำแถวของเหล่านางกำนัลฝึกหัดผ่านมา เอ่ยทักเจ้าชายองค์น้อยที่วิ่งสวนมา

“อ่ะ!…ไซ…อิไซอาห์น่ะ อยู่ไหนเหรอ?”

หญิงสาวท่าทางระเบียบจัดมองรอดแว่นมาที่เจ้าชายอูริเอล หัวคิ้วหล่อนขมวดเข้าหากันจนเป็นร่องลึก สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่เต็มใจจะตอบคำถามนั้น

“เวลาแบบนี้ เจ้าชายอิไซอาห์ ก็ต้องทรงพระอักษรอยู่สิเพคะจะไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหนได้”

สายตาคมเขม่นมองเจ้าชายน้อยอย่างเหนื่อยหน่าย พอๆกับน้ำเสียงประชดกลายๆ แต่เจ้าชายอูริเอลกลับเห็นเป็นเรื่องปกติเสียแล้ว… ในวังของพระมเหสีกลอเรีย มีใครไม่รู้บ้าง ว่าเจ้าชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงพระองค์เดียวของพวกตน วันนึงๆ ถูกเจ้าชายอูริเอลลากไปซนไปทำเรื่องไร้สาระมากมายเพียงใด แต่จะห้ามได้เช่นไรในเมื่อเจ้าชายอิไซอาห์เอง แม้จะวางพระองค์เป็นอย่างดีและเพียบพร้อม กลับแอบตามพระทัยพระภาดาพระองค์นี้เสียเหลือเกิน เพราะแบบนี้ถึงกลายเป็นภารกิจของทุกคนในวังแห่งนี้ ที่จะต้องคอยกีดกันให้เจ้าชายทั้งสองพระองค์อยู่ห่างๆกันไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้… แม้ว่า… มันจะเป็นความพยายามที่ดูสูญเปล่ามากก็ตาม

“เข้าใจแล้ว… ขอบใจนะ มาร์ธ่า”

เจ้าชายน้อยตอบรับเสียงใส ก่อนจะหันหลังกลับออกวิ่งตื๋อหายไปตามทางซึ่งเจ้าตัวเข้ามาเมื่อครู่

.

.

………………………………………………..

                                               ก๊อก!

           ก๊อก!

     

                                        ก๊อก!

                     ก๊อก!

เสียงของแข็งกระทบกระจกพระบัญชรห้องทรงพระอักษรของเจ้าชายอิไซอาห์ เป็นจังหวะถี่ขึ้นเรื่อยๆเมื่อยังไม่เห็นใบหน้าของคนที่ตนตามหา

“ไซ!”

เสียงเรียกเบาๆดังมาจากกิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นไปจนเกือบถึงพระบัญชร

หลังจากที่ตามหาอีกฝ่ายไปทั่วมาครึ่งค่อนวัน ในที่สุดพระพักตร์ของเจ้าชายองค์น้อยในวัยไล่เลี่ยกันก็โผล่ออกมาให้เห็น ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยนภายใต้พระเกศาสีเข้มแต่ดูนุ่มเพราะหยักศกเป็นลอนคลื่น ยามนี้ดูแปลกพระทัยเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปสงบนิ่งและไว้ตัว คล้ายผู้ใหญ่อีกครั้ง ผิดกับอีกฝ่ายซึ่งแย้มพระสรวลสดใส ดวงเนตรทอแววเป็นประกายซุกซนลิบลับ

“อูริ?!”

“อื้ม!…ฉันเอง!… เข้าไปได้ไหม? มีใครอยู่รึเปล่า?”

เจ้าชายอูริเอลบุ้ยพระโอษฐ์ไปทางด้านในห้อง รอจนอีกคนหันมองรอบๆแล้วพยักพระพักตร์นั่นล่ะ องค์ชายน้อยจึงค่อยโหนตัวข้ามไปเกาะขอบบัญชร แล้วปีนข้ามไปนั่งหอบพิงกำแพงในห้องด้วยความช่วยเหลือของคนดูต้นทาง

“มีอะไรรึเปล่า อูริ?”

เจ้าชายอิไซอาห์ก้มลงมามองผู้ที่เป็นทั้งพระภาดาและพระสหายตัวดีใกล้ๆ พระโอษฐ์แย้มสรวลออกมานิดๆ

“ขอ..ฮ้า..อ้า..กล่อง…ฮ้า…พยาบาลหน่อย?”

เสียงหอบหายใจปะปนไปกับคำพูด เรียกให้ฝ่ายที่รับฟังกดหัวพระขนงเข้าหากันทันที

“ได้แผลมาเหรอ?”

“อื้อ!…ที่อุ้งเท้าน่ะ”

สายพระเนตรสีม่วงของเจ้าชายอิไซอาห์หันไปมองทางปลายเท้าอีกคนทันที

“ถอดรองเท้านายออกสิ…ฉันจะดูแผลให้”

“หื้ม?! อ๊ะ! ไม่ใช่ฉันหรอกที่ได้แผลน่ะ เจ้ากระต่ายสีดำขาวของมอลลี่น่ะ”

คนนั่งพิงกำแพงขำคิก เริ่มหายเหนื่อยแล้วก็เลยขยับลุก

“ฉันอุ้มคุณกระต่ายไปให้มอลลี่ …แล้วเพิ่งเห็นว่ามันมีแผลน่ะ น้องมอลลี่ดูไม่สบายใจ ฉันก็เลยบอกน้องว่า จะรีบเอากล่องยาไปให้น้องทำแผลให้คุณกระต่าย”

“……..”

เจ้าชายอิไซอาห์หันพระพักตร์หนี ก้าวห่างกลับไปทางโต๊ะทรงอักษร

“แปลว่าถ้าคุณกระต่ายไม่บาดเจ็บนายก็คงไม่มาถึงนี่สินะ”

“………”

คราวนี้ฝ่ายที่เงียบกริบตรัสไม่ออกกลับเป็นฝ่ายเจ้าชายอูริเอลเสียเอง

“…ต้นไม้ตะกี๊สูงจะตาย… นายคิดว่าทั้งปราสาท มีกล่องพยาบาลแค่ที่นายกล่องเดียวรึไง”

รอยแย้มพระสรวลฉายชัดบนพระพักตร์เจ้าชายอูริเอล คล้ายตั้งพระทัยหยอกล้ออีกฝ่าย แต่แล้วก็ต้องหุบแทบไม่ทัน เมื่อกล่องอุปกรณ์พยาบาลถูกโยนใส่พระพักตร์จนต้องยกพระหัตถ์ขึ้นกันรับไว้

“รู้แล้วล่ะ…ล้อเล่นน่า…จะไปกันรึยังล่ะ?”

“…!?…” มุมพระโอษฐ์ของเจ้าชายอูริเอลเหยียดยิ้มกว้างจนพระเนตรปิด “ฉันเพิ่งบอกนายไปเอง… ว่าต้นไม้ตะกี๊น่ะมันสูงจะตาย…”

.

.

………………………………………………..

กษัตริย์อารอน และเจ้าชายเคลิกซ์บนม้าทรงงามสง่า กำลังเหยาะย่างบ่ายหน้าเข้าร่วมกับขบวนล่าสัตว์ของเหล่าข้าราชบริพารที่ตั้งแถวรอพร้อมรับเสด็จตรงลานใกล้ประตูวัง ในตอนที่กล่องอุปกรณ์พยาบาลลอยหวือลงมาตรงหน้าเจ้าชายเคลิกซ์ พระโอรสองค์โต ตามด้วยเสียงร้องโวยวายคุ้นหูจากด้านบน เรียกให้ทั้งกษัตริย์อารอน และเจ้าชายเคลิกซ์แหงนพระพักตร์ขึ้นมองตามเสียง

ถือเป็นโชคดีที่ทั้งคู่ทรงม้าผ่านมาพอดี ก่อนที่ร่างของเจ้าชายน้อยสองพระองค์จะหล่นตุ้บถึงพื้น กษัตริย์อารอนก็ทรงคว้าร่างพระโอรสของพระองค์ไว้ได้ทัน และเจ้าชายอูริเอลก็ร่วงลงมาใส่บ่าพระภาดาของตนแทนที่จะหล่นลงไปกระแทกพื้น

“เสด็จพ่อ!..”

ดวงเนตรสีม่วงเบิกกว้างอย่างตกพระทัย ยามสบตากับพระบิดา

“อ่ะ!…ท่านน้า! พี่เคล!”

เจ้าชายอูริเอลดิ้นดุกดิกอยู่บนบ่าของเจ้าชายเคลิกซ์ก่อนจะถูกผู้ที่ตนเคารพรักเหมือนพี่ชายหิ้วลงมานั่งดีๆบนหลังม้า

“เล่นซนอะไรกันอีกแล้วอิไซอาห์ อูริเอล?”

กษัตริย์อารอนตรัสถาม หากแต่ไม่มีความกราดเกรี้ยวใดๆในน้ำพระสุรเสียง

“พวกเรากำลังรีบพะยะค่ะเสร็จน้า… มีชีวิตหนึ่งชีวิตที่พวกเรากำลังจะไปช่วยเหลือด้วย…อ้ะ! อยู่นั่นเอง!”

หันพระพักตร์ไปมาทอดพระเนตรหากล่องพยาบาลที่ร่วงลงมาก่อนหน้าเจอ เจ้าชายน้อยก็โดดลงจากหลังม้าวิ่งเข้าไปเก็บมาถือไว้

“โฮ่! ถ้ารีบก็ไปเถอะ… หรือจะให้พี่ไปส่ง?”

เสียงสดใสของเจ้าชายเคลิกซ์ตรัสถามขึ้นพร้อมทรงพระสรวลเบาๆ

“ไม่เป็นไรหรอกเสด็จพ่อ เสด็จพี่ พวกเราไปแค่ใกล้ๆนี่เองพะยะค่ะ”

ตรัสจบเจ้าชายอิไซอาห์ก็ลงจากม้าทรงของพระบิดาถอยมายืนห่างที่พื้นอีกคน

“อื้ม… อย่ากลับให้ช้านักล่ะ เจ้าก็รู้จักเสด็จแม่เจ้าดี ลูกอิไซอาห์ เจ้าก็ด้วยอูริเอล รักษาตัวด้วย”

“พะยะค่ะ เสด็จน้า”

เจ้าชายน้อยทำความเคารพกษัตริย์อารอนผู้มีศักดิ์เป็นพระมาตุลาของตนอย่างสุภาพอีกครั้ง

กษัตริย์อารอนแย้มพระโอษฐ์อ่อนโยนให้องค์ชายน้อยทั้งสองก่อนจะกระตุ้นม้าให้ออกวิ่งไปตามทางอีกครั้ง โดยมีพระโอรสองค์โตเจ้าชายเคลิกซ์ควบม้าตามไปไม่ห่าง

“ฟู่ววว เกือบไปแล้วไหมล่ะ บอกแล้วให้หาที่เก็บกล่องนั้นไว้ดีๆตอนปีน”

เสียงบ่นเบาๆของเจ้าชายอิไซอาห์ดังแว่ว ก่อนที่ทั้งคู่จะออกวิ่งไปทางสวนด้านหลัง

.

.

……………………………………………….. 

“มอลลี่!!! ได้มาแล้ว น้องมอลลี่!!”

เสียงร้องโหวกเหวกทางด้านหลัง เรียกให้เจ้าหญิงองค์น้อยที่นั่งเล่นกับคุณกระต่ายอยู่หันกลับไปมอง

“ทะ.. ท่านพี่อูริเอ…!! ท่านพี่อิไซอาห์!!!”

รอยแย้มสรวลของเจ้าหญิงองค์น้อย มอริแกน ซิลเวอร์ สดใสยิ่งขึ้นอีก เมื่อทอดพระเนตรเห็นว่าไม่ได้มีเพียงเจ้าชายอูริเอลเท่านั้นที่มา

“มี 4 คน งั้นหญิงจะจัดปาร์ตี้น้ำชาให้คุณกระต่ายนะคะ”

“อืม…แต่ต้องทำแผลให้คุณกระต่ายก่อนนี่ใช่ไหม?”

เจ้าชายอิไซอาห์ก้าวเข้าไปยื่นกล่องอุปกรณ์พยาบาลให้พระขนิษฐภคินีต่างมารดา พร้อมรอยแย้มสรวลอ่อนโยน อีกฝ่ายก็รีบรับไปเปิดกล่องออก เพื่อดูแลทำแผลให้คุณกระต่ายทันที

 

.

.

………………………………………………..

ยามโพล้เพล้ใกล้เวลาเย็น อากาศรอบตัวเริ่มเย็นลง และแสงรอบๆก็น้อยลงจนแสงจากดวงโคมโดยรอบเริ่มไม่ช่วยให้เห็นอะไรได้ชัดนัก

จู่ๆเจ้าชายอูริเอลก็สะดุ้งพระองค์นิด

“แย่แล้วล่ะ! น่าจะใกล้เวลากลับบ้านของคุณกระต่ายแล้ว”

พูดพลางหันไปลูบพระเกศาสีน้ำตาลทองนุ่มของพระขนิษฐภคินี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระภาดาอีกองค์ของตนเป็นเชิงปลอบ แล้วอุ้มคุณกระต่ายขึ้นมา

“คงต้องบอกลาคุณกระต่ายแล้วล่ะนะ น้องหญิง”

เจ้าหญิงน้อยลุกขึ้นยืนตาม ยื่นพระหัตน์ไปกุมอุ้งเท้าปุยของคุณกระต่ายเบาๆ หลุบตาลงมองผ้าพันแผลที่พันไว้อย่างดีก่อนแย้มสรวลบางๆ

“….อืม…ค่ะ… ไว้…มาเล่นด้วยกันอีกนะคะคุณกระต่าย”

.

.

เจ้าหญิงน้อยยืนมองตามพี่ๆของเธอเดินแยกกลับไปอีกฝั่งของตัวปราสาทก่อนจะมุ่งหน้ากลับเข้าห้อง

………………………………………………..

…หลังจากร่ำลากัน…

เจ้าชายอูริเอลก็อุ้มคุณกระต่ายพากลับไปส่งที่ห้องเครื่องหลวง… แน่นอนว่าโดนคุณป้าหัวหน้าห้องเครื่องบ่นจนหูชา เรื่องที่ขอพาวัตถุดิบหลักออกไปเล่น แถมหายไปทั้งวัน ดีที่ไม่ทำให้แผนการเตรียมพระกระยาหารค่ำวันนั้นล่มไม่เป็นท่า เพราะหนึ่งในเมนูเครื่องคาวบนโต๊ะพระกระยาหารวันนั้นก็คือ…สตูว์กระต่าย…

………………………………………………..

TBC.

………………………………………………..

6EvZW-ke.jpg

[ เครดิตรูปน้องสาวคนสวย ซึ่งสมัยเด็กฟูนุ่มน่ารักน่าหยำมากๆ ขอขอบคุณผปค. @Tob_Morrigan มากๆค่ะ]

[⇓ ส่วนเครดิตรูปพี่ชายสุดที่รักของอูริ ซึ่งสมัยเด็กดูฟูนุ่มน่ารักน่าหยำไม่แพ้น้องสาวเลย ขอขอบคุณ ผปค อิไซอาห์ @ToB_isaiah มากๆ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ]

Us-child

Cute-rabbit-in-the-world

[เครดิตรูปที่มาของแรงบันดาลใจฟิคนี้ : RIP นะคะ คุณกระต่าย http://vignette4.wikia.nocookie.net/animaljam/images/f/f0/Cute-rabbit-in-the-world.jpg/revision/latest?cb=20140315162906 ]

Author ‘s Note (By Sena) :

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ Side Story นี้เป็นฟิคเรื่องแรกของซีรี่ย์อูริเอล เจ้าหมีจอมซนแห่งซาเรสค่ะ ตอนแรกคิดไว้ว่าจะวางนิสัยหมีใสๆตอนเด็ก โตมาขรึมๆนะ แต่ก็ไม่สำเร็จ 5555 ไม่ถนัดคาร์ขรึมๆจริงๆ

พลอตฟิคนี้แต่แรกคือทำเป็นฟิคให้เจ้าหญิงมอริแกน แห่งซาเรส หรือน้องหญิงมอลลี่ของพี่ๆ วางไว้เซอร์ไพรซ์น้องสาวก็เลยไม่ได้ขออนุญาตก่อน ทำเสร็จเลยต้องให้ทุกคนในสตอรี่อ่านแอพปรู๊ฟก่อนว่ามีตรงไหนผิดคาร์ไหมอ่ะนะคะ ทั้งนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่ช่วยอ่านตรวจสอบให้ด้วยค่ะ เป็นครอบครัวที่อบอุ่นน่ารักมากๆเลย ฝากเนื้อฝากตัวลูกหมีจอมป่วนไว้ในอ้อมใจครอบครัวซิลเวอร์ด้วยนะคะ \(^0 ^)/ เย่! Silvers’ !!

ปูเรื่องความซนชองหมีและวัยที่เขามีความสุขละ จากนี้ก็…กดน้ำร้อนเตรียมมาม่าค่ะ 55555

 

Advertisements

2 thoughts on “[TOB] Side Story 01: วันหนึ่งของพี่น้องซิลเวอร์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s