[Fic] · [Side Story] · [TOB] · [Uriel]

[TOB] Side Story 02: คลื่นของการเปลี่ยนแปลง

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

55defd_e18493fefb2549d59fc21ab21dc193a1

Thief of Baramos
[Fan commu]

55defd_4f0b4151338f4b87a35ef40836d944c0

The Philosopher Citadel

…………………………………………………………………………………

Side Story 02 : คลื่นของการเปลี่ยนแปลง

…………………………………………………………………………………

…ต้นไม้ใหญ่หลังกำแพงปราสาท มีใครบางคนทำ ‘สิ่งนั้น’ เอาไว้… และผมเห็นมันเข้าในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่พาม้าตัวโปรดไปวิ่งออกกำลังยามเช้า…

ที่ใต้ต้นไม้เด็กหญิงชายหลายคนกำลังยืนมุงบางอย่าง ต่างพากันส่งเสียงคุยจ้อกแจ้ก เมื่อผมผ่านไปเห็นเข้าจึงโหนตัวลงจากม้า แล้วเดินเข้าไปดูด้วยความสนใจ

“เล่นอะไรกันอยู่น่ะ?”

“เอ่อ… ชิงช้าพะยะค่ะ เจ้าชายอูริเอล”

เด็กชายคนนึงหันมาเอ่ยตอบอย่างเกร็งๆ คงเพราะไม่ชินกับการพูดคุยกับคนในรั้วในวังนัก แต่แล้วเด็กชายอีกคนซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ก็เงื้อเอาศอกถองใส่เพื่อนคนที่ตอบไปทีพร้อมหันไปดุ

“เขาไม่ใช่เจ้าชายแล้ว… แม่บอกว่าตอนนี้กษัตริย์เครน ทีเรียส ขึ้นครองราชย์แล้ว อูริเอลไม่ใช่เจ้าชายแล้ว”

“ไม่นะ! พ่อเราบอกว่า ยังให้เรียกเจ้าชายอยู่ ถึงจะไม่ต้องเกรงใจอะไรแล้วก็เถอะ

เสียงเด็กหญิงตัวเล็กๆที่คงตามมาเล่นกับพี่ๆอีกคนหนึ่งเอ่ยแทรกขึ้นมา

 

‘…อูริเอล…ยิ้มไว้นะลูก…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น…’

…คำพูดของท่านแม่ดังแว่วเบาๆในหัว…

‘…จำไว้นะลูกแม่… อย่าให้ใครเห็นความอ่อนแอในใจเจ้า…’

 

“เรียก… อะไรก็ได้… พวกเจ้าอยากจะเรียกยังไงก็ได้ทั้งนั้นล่ะ อย่ากังวลเลย”

ผมตอบรับด้วยรอยยิ้มที่ใครๆชอบชมกันตั้งแต่ผมยังเด็ก ว่าเป็นรอยยิ้มของเทวดาตัวน้อย… มันเป็นรอยยิ้มกว้างจนตาปิด…รอยยิ้มที่ไม่อนุญาตให้ใครสามารถมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าอมม่วงนี้ได้…

…รอยยิ้มที่…ไม่อนุญาตให้ใครสามารถเห็นลึกลงไปในหัวใจดวงนี้

.

.

………………………………………………..

…น้องมอลลี่! ที่ต้นไม้ด้านหลังปราสาทมีชิงช้าด้วยล่ะ ไปเล่นกันเถอะ!…

คำพูดที่ตั้งใจจะพูด ถูกสะกดไว้ใต้ริมฝีปากหยักได้รูปที่บัดนี้ถูกเม้มสนิทจนเป็นเส้นตรง ภาพเบื้องหน้าที่ตนเห็นหลังผลักประตูห้องหนังสือออก คือภาพน้องสาวคนเล็ก ซึ่งกำลังนั่งเหม่อมองหน้ากระดาษสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าของตำราเวทย์นิ่งๆไม่ไหวติง …ดวงตาสีม่วงน้ำเงินไม่แม้แต่จะปรายมามอง แม้แต่ตอนที่ใครบางคนเปิดประตูเข้ามา…เรือนผมสีน้ำตาลทองซึ่งเคยเป็นประกายอ่อนนุ่มล้อแสงแดดของเธอ บัดนี้เหลือเพียงประกายหม่นๆภายใต้แสงไฟจากดวงโคมในห้องอ่านหนังสือ

ผมไม่รู้เลยว่า… ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ดวงตาคู่สวยของมอลลี่หยุดสะท้อนภาพของต้นไม้ใบหญ้า และโลกอันสดใสรอบๆตัวเธอ…และมันเมื่อไหร่กันนะ… คือครั้งสุดท้าย… ที่ผมได้เห็นรอยยิ้มอันสดใส ราวกับแสงแดดอันอบอุ่นของน้องสาว… อากาศรอบๆตัวผมตอนนี้ช่างเย็นเฉียบ หนาวเข้าไปถึงกระดูก… ยิ่งกว่ากลางฤดูหนาวของซาเรสเสียอีก…

…ผมก้าวถอยออกไปจากภาพตรงหน้า พร้อมดึงบานประตูปิดลง ก่อนที่ขาของผมจะแข็งจนก้าวไม่ออกอีกแม้แต่ก้าวเดียว…

.

.

………………………………………………..

“ไซ!”…. “ไซ!!!”

ผมลองตะโกนเรียกผ่านหน้าต่างบานเดิมซึ่งถูกใช้เป็นประจำ หากแต่วันนี้มันเปิดกว้างอยู่จนไม่ต้องใช้ก้อนหินเล็กๆที่เก็บติดกระเป๋าขึ้นมา เพื่อขว้างให้เสียงแต่อย่างใด

“..!!?…เจ้าชายอูริเอล?”

ใบหน้าที่โผล่มาให้เห็นกลับเป็นมาร์ธ่า หัวหน้านางกำนัลท่าทางระเบียบจัด กับท่ามองรอดแว่นตรงมา ซึ่งเป็นท่าประจำของเจ้าหล่อน แต่วันนี้มีบางอย่างแปลกออกไป เธอไม่ได้มองผมด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายรำคาญใจเช่นทุกที แววตาของมาร์ธ่าติดจะดูเศร้าๆและเหมือนจะอ่อนโยนต่อผมมากกว่าทุกที …แต่นั่นทำเอาผมรู้สึกไม่ดีเลย…

“เจ้าชายอิไซอาห์ เสด็จไปเจมิไนตั้งแต่ฟ้าสางแล้วเพคะเจ้าชายอูริเอล…”

เธอเงียบไปนิดก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ

“…เจ้าชายอิไซอาห์จะทรงประทับที่นั่นนับจากนี้ไปเพคะ…”

คำพูดของมาร์ธ่ายังคงดังก้องอยู่ในหัวเหมือนความฝัน ตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หลังของผมกระแทกเข้ากับพื้นเต็มแรงจนชาไปทั้งตัว…

…สงสัยว่าหัวผมคงจะฟาดด้วยเพราะมันประมวลผลสิ่งสุดท้ายที่ได้ยินได้ช้าเหลือเกิน…

…ก็เมื่อวาน…ผมกับไซ…ยังซ้อมดาบด้วยกันอยู่เลย…

…เป็นไปไม่ได้ที่หมอนั่นจะไปโดยไม่บอกผม… ไม่มีทางที่…จะไปโดยไม่ลาผมสักคำ…

ผมลองขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ… ดูเหมือนร่างกายผมจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าสมองผมมาก เพราะในหัวผมถึงยังตื้อๆอยู่เลย  แต่ผมต้องรีบลุกแล้วล่ะ ผมต้องหายไปจากตรงนี้ ก่อนที่พวกคนรับใช้และทหารจะมาดู…ผมไม่อยากเจอใครทั้งนั้นในตอนนี้… เพราะผม…ไม่แน่ใจเลยว่าผมจะยิ้มกับทุกคน และบอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ ไหวไหม…

ในที่สุดผมก็ลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ พอลงน้ำหนักที่ขาแล้วนั่นล่ะถึงได้รู้ว่าขาของผมกระเผลกนิดๆ… ข้อเท้าคงพลิกตอนตกลงมากระแทก…

ระหว่างเอามือปัดๆฝุ่นออกจากตัว ผมก็หวนคิดถึงใบหน้าของใครอีกคน… รอยยิ้มของพี่เคลผุดขึ้นมาในหัว… พี่ชายใจดีซึ่งคอยดูแลพวกผมอยู่เสมอ… แต่หลังจากท่านน้าอารอนสวรรคตได้ไม่นานพี่เคลก็หนีหายออกไปจากปราสาท

…ตอนนี้พี่เขาจะอยู่ที่ไหน แล้วกำลังทำอะไรอยู่…

…พี่เขา…จะคิดถึงพวกผม เหมือนที่ผมคิดถึงพี่เขาไหม…

“อา… เวลาที่ตกลงมาแล้วไม่มีบ่าของพี่เคลคอยรับ…มันเจ็บแบบนี้นี่เอง…” ผมพึมพำเหมือนคุยอยู่กับตัวเอง

“…แต่คงไม่เป็นไร…เพราะคง…ไม่ต้องปีนต้นไม้ต้นนี้บ่อยๆอีกแล้ว…”

…ไม่มีเหตุผลให้ต้องปีนขึ้นไปอีกแล้ว…

.

.

………………………………………………..

เวลาโพล้เพล้… อากาศเย็นจัดเริ่มโรยตัวลงรอบๆ เด็กๆที่มาเล่นคงพากันกลับเข้าบ้านหมดแล้ว รอบๆต้นไม้ต้นนั้นจึงไม่มีใครอีกนอกจากผม

ผมจับเชือกชิงช้าก้าวปีนขึ้นไปยืนบนแผ่นไม้รองนั่ง เริ่มโล้ตัวช้าๆ เร่งให้ชิงช้าค่อยๆสูงขึ้นแข่งกับแสงที่เหลือน้อยนิด …สายตามองเหม่อจับที่ขอบฟ้า… ลมเย็นเฉียบปะทะใบหน้าจนเริ่มชาแต่ก็รู้สึกเย็นดีจนในหัวโล่ง…

“สูงขึ้นไปอีกสิเจ้าชิงช้า!!… สูงขึ้นไปอีก!!…”

ผมร้องตะโกนอยู่คนเดียวขณะเอียงตัวโล้ชิงช้าให้สูงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ

…สูงขึ้นไปให้ฉันเห็นได้ไกลไปถึงเจมิไนเลยนะ…

…ได้โปรด…

ชิงช้าแกว่งสูงจนแทบจะโยนตัวผมออกไป แผ่นไม้ที่ยืนอยู่พลิกกลับจากน้ำหนักตัวและทิศทางแรงที่ไม่สมดุล จนร่างของผมลอยร่วงลงมา หน้าคว่ำปากกระแทกพื้น แผ่นไม้ที่นั่งของชิงช้าไกวกลับมากระแทกเข้าที่หลังหัวผมซ้ำอีกรอบทำเอาน้ำตาเล็ด…

“เจ็บชะมัดเลย ซ..! ”

ชื่อที่เคยเรียกจนเคยชินชะงักหยุดอยู่แค่ริมฝีปาก

…บางที…ผมควรบอกตัวเอง…ให้หยุดเรียกหาคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ได้แล้ว…

หยดน้ำใสๆค่อยๆร่วงหล่นจากดวงตาสีฟ้าหยดแหมะๆลงบนพื้นดินแข็งจนค่อยๆชุ่ม เม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นไว้ก็มีแต่รสแปร่งปร่าของเลือดบนริมฝีปากที่แตก…

 

…เจ็บ…

…ไซ…

…ฉัน…เจ็บ…

 

………………………………………………..

TBC.

………………………………………………..

Author ‘s Note (By Sena) :

ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะคะที่อ่านมาถึงตรงนี้ Side Story ที่ 2 ก็คลอดออกมาอย่างไว คงเพราะเป็นช่วงที่กำลังพยายามเรียบเรียงความรู้สึกและเรื่องราวของลูกหมีอูริเอลเพื่อทำการบ้านอยู่ด้วยล่ะมั้งนะ

เนื้อเรื่องเป็นตอนที่กษัตริย์อารอนสวรรคตลง ทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปหน้ามือเป็นหลังเท้า เหมือนจะเป็นเจ้าชายวงนอก แต่ในความรู้สึกของหมีก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงไปของบรรยากาศและสิ่งต่างๆโดยรอบ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงปุบปับ คือการจากไปของเพื่อนซี้สุดเลิฟ อย่างเจ้าชายอิไซอาห์ซึ่งเห็นกันอยู่หลัดๆ (#ไซบอกหมี…ตูยังไม่ตาย(…)) เป็นแผนการเดินทางที่อิไซอาห์เองก็ไม่รู้ตัวล่วงหน้า แถมไม่มีเวลาบอกลาอูริเอลเลย กว่าจะมีโอกาสได้ส่งข่าวหากัน ช่วงนั้นหมีก็นอนจมกองน้ำตาเข้าใจว่าถูกทิ้ง ไม่สนใจไปหลายวันอยู่ แต่ไม่เป็นไรนะ… เจ้าหมีเป็นแคร์แบร์ที่ฟื้นกลับมาได้ด้วยตัวเองแหละไม่พังง่ายๆแน่นอน (#จริงๆคือได้จดหมายจากอิไซอาห์ก็หายเศร้า หายน้อยใจไปส่วนนึงนั่นเอง 5555)

มาถึงตรงนี้… ใครอ่านแล้วคิดยังไงกับฟิคเรา หรือหมั่นหมีตัวที่ป่วนไปทั่วทีแอลยังไง คอมเม้นท์ได้ตลอดนะคะ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งที่มาเล่นกับหมีและขออภัยหากหมีและแม่มันไปป่วนให้ใครไม่พอใจด้วยนะคะ

โฆษณา

2 thoughts on “[TOB] Side Story 02: คลื่นของการเปลี่ยนแปลง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s