[Fic] · [Side Story] · [TOB] · [Uriel]

[TOB] Side Story 03 : Memory

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

55defd_e18493fefb2549d59fc21ab21dc193a1

Thief of Baramos
[Fan commu]

55defd_4f0b4151338f4b87a35ef40836d944c0

The Philosopher Citadel

…………………………………………………………………………………

Side Story 03 : Memory

…………………………………………………………………………………

…เสียงกรุ๊งกริ่งใสกังวานจากระฆังทองเหลืองใบเล็กซึ่งถูกแขวนไว้เหนือประตู เรียกให้อินกัส ชายชราเจ้าของร้านสิ่งประดิษฐ์และของเล่นวัยห้าสิบเศษ ซึ่งกำลังคร่ำเคร่งซ่อมกล่องดนตรีใบเก่าให้กับลูกค้ารายหนึ่งมาตั้งแต่เช้า เงยหน้าขึ้นจากชิ้นส่วนกลไกขนาดจิ๋วในมือ มองลอดแว่นตาเลนส์ขยายสำหรับทำงานละเอียดไปทางต้นเสียง

ผู้ที่เพิ่งย่างเท้าเข้ามาในร้านเป็นรายแรกของวันนี้ คือเด็กหนุ่มใบหน้าคมคาย วัย 15 ปี เส้นผมตรงยาวละต้นคอของเขาเป็นสีทองสว่างน่ามอง เพราะมันดูราวกับแสงแดดอันอบอุ่นซึ่งหาได้ไม่ง่ายนักในซาเรส สีของมันช่างตัดกันดีกับชุดสีทึมทะมึนทำด้วยหนังสัตว์ซึ่งถูกตัดเย็บอย่างประณีตจนพอดีตัว และรองเท้าบูทหุ้มข้อสูงสำหรับใช้ขี่ม้าและล่าสัตว์ที่เขาสวมใส่อยู่

แม้จะมีรูปร่างสูงโปร่งกว่าเด็กคนอื่นๆในวัยเดียวกันมาก แต่ด้วยมัดกล้ามได้รูปอันบ่งบอกถึงการฝึกฝนร่างกายตนเองอย่างหนักมาเป็นเวลานานของเจ้าตัว ทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าดูทะมัดทะแมงไม่เก้งก้างอย่างพวกเด็กตัวโย่งคนอื่นๆ

เมื่อเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใคร ชายชราเจ้าของร้านก็หันกลับไปเพ่งมองงานในมือที่ทำค้างอยู่อย่างหมดความสนใจ ผิดกับผู้มาเยือนซึ่งพอเข้ามาในร้านแล้ว ก็เดินปรี่ตรงไปคว้าเก้าอี้ซึ่งวางชิดผนังอยู่ ลากมาวางหันพนักเข้าหาโต๊ะทำงานของชายชรา

ด้วยความคุ้นเคยกันดีของเด็กหนุ่มและเจ้าของร้าน เขาจึงเลือกวางเก้าอี้เว้นระยะห่างออกไปพอสมควร เพราะรู้ดีถึงนิสัยของอินกัส ว่าไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายใกล้ๆในระหว่างทำงานนัก ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหย่อนตัวลงนั่งคร่อม วางคางและท่อนแขนเกยกับพนักพิงของเก้าอี้

แววตาสีฟ้าเทาอมม่วงทอประกายซุกซนขณะจ้องดูงานในมือของชายชราอย่างสนใจ แต่พอขยับจะเอ่ยปากพูดอะไรก็โดนคนอายุมากกว่าเปรยทักดักคอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“มาแต่หัววันเชียวนะเจ้าชายอูริเอล…ไม่มีติดภารกิจที่ไหนแบบเจ้าชายเมืองอื่นๆบ้างรึไง ฮึ?”

ชายชราเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่คิดจะเหลือบตามองไปทางคู่สนทนาด้วยซ้ำ

นี่ถ้าใครมาได้ยินประโยคกึ่งถามกึ่งเหน็บ คล้ายจะออกปากไล่นี่เข้าคงตกใจไม่น้อย ด้วยจะว่าไป อินกัสก็เป็นเพียงเจ้าของร้านของเล่นร้านเล็กๆในเขตเมืองหลวงของซาเรสเท่านั้น ในขณะที่อีกฝ่าย อย่างไรก็ยังได้ชื่อว่าเป็น ‘เจ้าชายแห่งซาเรส’ อยู่ดี แม้จะเป็นที่รู้กันดีในหมู่ชาวซาเรส ว่า ยศเหล่านี้เป็นเพียงแค่คำนำหน้าชื่ออันปราศจากสิทธิและอำนาจใดๆเหนือประชาชนธรรมดา

หากแต่คำพูดร้ายๆจากปากของอินกัส กลับไม่ทำให้ผู้ซึ่งถูกเรียกว่า ‘เจ้าชาย’ รู้สึกขัดเคืองแต่อย่างใด… ตรงกันข้าม…มันกลับเรียกเสียงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีจากผู้ฟังเสียด้วยซ้ำ

“…ต่อว่าผมขนาดนี้… สงสัยว่า ลุงอินกัสคงต้องคิดถึงผมมากแน่ๆเลย ในช่วง 2-3 วันที่ผมไม่ได้มาที่นี่…ใช่ไหมครับ”

ทั้งคำพูดและน้ำเสียงที่ใช้โต้ตอบช่างน่าหมั่นไส้ขัดกับรอยยิ้มสดใส ซึ่งระบายอยู่บนใบหน้าคมของเจ้าชายอูริเอล ชวนให้ชายชราเลิกคิ้วสูงก่อนจะพ่นลมหายใจออกแรงเป็นเสียงดัง ฮึ! ใส่ อย่างไม่รู้ว่าควรจะโต้ตอบอย่างไรกับเจ้าหนุ่มตรงหน้านี่ดี

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรอยยิ้มอันชวนให้นึกถึงเทวดานี่รึเปล่านะ ที่ทำให้อินกัสนึกโกรธเจ้าเด็กซนจอมทะเล้นคนนี้ไม่ค่อยลง มิหนำซ้ำยังดูจะแพ้ทาง เผลอตัวยอมทำอะไรตามใจเจ้าชายหนุ่มน้อยพระองค์นี้ซะเรื่อย

“แน่ะ! วางลงเลยนะเจ้าหนุ่ม ไม่งั้นฉันตีมือหักจริงๆด้วย”  อินกัสเอ่ยเสียงดุ

ก็ยังไม่ทันไร เจ้าชายอูริเอลจอมซนก็หันไปคว้าสโนว์โกล้บลูกหนึ่ง ซึ่งตั้งโชว์อยู่ใกล้มือขึ้นมาเขย่าเล่นอย่างแรง จนน่าหวาดเสียวว่าจะทำหลุดมือไปชนของอย่างอื่นให้เป็นเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก

ผู้ได้ชื่อว่า ‘เจ้าชาย’ หยุดมือที่เขย่า แต่หาได้วางลูกแก้วใสนั่นกลับที่เดิมตามคำขู่แต่อย่างใด เขาเพียงหยุดเพื่อที่จะยกลูกบอลในมือขึ้นมามองดูใกล้ๆเท่านั้น

เกล็ดหิมะปลอมสีขาวภายในลูกบอลใสลอยฟุ้งกระจายจนดูคล้ายมีพายุหิมะอยู่ในนั้น ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างพยายามเพ่งมองฝ่าพายุนั้น ตรงไปยังใจกลางลูกแก้วซึ่งถูกจัดวางไว้เป็นรูปปราสาทหลังเล็กๆ และตรงลานด้านหน้าปราสาทมีรูปปั้นเด็กชายสองคนที่กำลังปั้นตุ๊กตาหิมะเล่นอยู่ด้วยกัน

“นี่อะไรเหรอครับลุง?…เล่นยังไงน่ะ?”

เจ้าชายอูริเอลเอ่ยถามขึ้นราวกับไม่ได้ยินคำขู่จากชายชราเจ้าของร้านแม้แต่น้อย คงเพราะเด็กหนุ่มรู้จักกับอินกัสมานานเกินกว่าจะเชื่อว่าชายชราจะทำตามที่พูดขู่ไว้จริง

“…สโนว์โกล้บ…” อินกัสกระชากตอบเสียงห้วน “…ก็เล่นแค่นั้นแหละ เขย่าให้หิมะตกแล้วก็ตั้งทิ้งไว้เดี๋ยวหิมะมันก็หยุดตกเอง”

“…………..”

คำอธิบายของลุงอินกัสทำเอาเจ้าชายอูริเอลนั่งทำตาปริบๆไปพักใหญ่

“ในซาเรสหิมะก็ตกบ่อยอยู่แล้ว ทำไมพวกเด็กๆถึงจะอยากมีเจ้าบอลนี่ไว้ดูหิมะอีกล่ะครับลุง? ผมไม่เห็นเข้าใจเลย”

“…………..”

คราวนี้เป็นตาของลุงอินกัสบ้างที่เป็นฝ่ายเงียบ เมื่อได้ยินคำถามของอีกคน ความคิดในหัวก็ชักเริ่มจะเอนเอียงไปตามคำพูดของเด็กหนุ่มเสียด้วย

“เด็กซนๆอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร นี่น่ะ! มันเป็นของเล่นขายดีที่เจมิไ ..!!…”

เอ่ยปากกะจะเถียงคนตรงหน้าเฉยๆ…แต่ดันเผลอหลุดชื่อประเทศเพื่อนบ้านอันเป็นแหล่งที่มาของสินค้าที่เขาเพิ่งสั่งมาขายออกไป ชายชราก็พลันชะงัก ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายค่อนข้างมีประเด็นอ่อนไหวกับชื่อนั้นอยู่

เจ้าชายอูริเอลเลื่อนสายตาจากลูกแก้วหิมะหันกลับมามองชายชรา แล้วมุมปากหยักได้รูปก็ยกขึ้นยิ้มตอบรับ

อินกัสได้แต่ลอบมองรอยยิ้มฝืดฝืนนั้น ก่อนลอบระบายลมหายใจออกยาวอย่างอ่อนใจ

…เขารู้ดีว่า…แต่ไหนแต่ไรมา…เจ้าชายพระองค์น้อยตรงหน้าเขานี้ช่างไม่เก่งในเรื่องซ่อนความรู้สึกเอาซะเลย…

“…นู่นแน่ะในกล่องเหล็กใบเดิม…จดหมายจากเจมิไน…”

ชายชราบุ้ยปากไปทางชั้นวางของด้านหลัง แต่พูดยังไม่ทันจบคำ ร่างของคนฟังก็ลุกพรวดถลาเข้าหาชั้นวางของแทบจะทันที

เจ้าชายอูริเอลหยิบกล่องเหล็กที่ว่ามาเปิดออกดู ก็เห็นซองจดหมายสีขาวทำจากกระดาษเนื้อดีซองหนึ่ง นอนสงบนิ่งรอคอยการมารับอย่างยินดีอยู่ในนั้น…

…และทันทีที่เห็นมันรอยยิ้มเศร้าๆเมื่อครู่ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นยิ้มกว้างสดใสจนตาปิดซะงั้น…

“มันมาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว… กำลังจะฝากให้คนไปบอกเลย ว่าแต่รู้ได้ไงหื้มว่าจดหมายจะมา? หรือว่าเดาเอา?”

“รู้สิครับ…เพื่อนซี้ผมทั้งคน ไม่มีอะไรที่ผมไม่รู้เกี่ยวกับหมอนั่นหรอกนะ ถ้าเป็นคนอื่นก็ว่าไปอย่าง…”

เสียงพูดรัวเร็วกลั้วไปกับเสียงหัวเราะ

“…ก็หมอนั่นน่ะ…ไม่เคยลืมวันเกิดผมหรอก…”

ใบหน้าสดใสนั่นขึ้นสีแดงจางๆ ขณะยังคงก้มมองจดหมายในมือ แต่ดวงตาสีฟ้าของคนตรงหน้าคล้ายกำลังทอดมองออกไปในที่ไกลแสนไกล… มองไปยัง…เจ้าของจดหมายฉบับนั้น…

ชายเจ้าของร้านวางพักของในมือลง สายตาเลื่อนมาจับอยู่ที่เด็กหนุ่มตรงหน้า ในใจนึกสงสัยขึ้นมา…ว่าเพราะแว่นเลนส์ขยายที่เขาใส่อยู่รึเปล่านะ… ที่ทำให้เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ทะลุปรุโปร่งได้อย่างง่ายดาย… แล้วที่สำคัญ… เจ้าตัวล่ะ…จะรู้ตัวมั่งไหม…

เจ้าชายหนุ่มรีบสอดเก็บซองจดหมายนั้นในช่องใต้อกเสื้อ เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็ทำท่าราวกับจะเผ่นแผ้วออกจากร้านเสียเดี๋ยวนั้นเลย แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยปากขอบคุณชายชรารัวๆ

“ขอบคุณมากนะครับลุงอินกัส ขอบคุณมากเลยที่ลุงช่วยเป็นธุระให้มาตลอด ผมไปก่อนนะครับ”

“นี่!…เอาลูกบอลหิมะนั่นไปลูกนึงสิ”

อินกัสร้องบอกก่อนที่อีกคนจะก้าวออกจากร้านไป

“อ่าได้ครับ… มันอันเท่าไหร่นะครับลุง?”

เจ้าชายอูริเอลหยุดชะงักเดินกลับมาตรงจุดที่วางโชว์ ทำท่าจะหยิบถุงเงินออกมา

“…เอาไปเถอะ…ฉันยกให้… วันนี้วันเกิดไม่ใช่เหรอ?…”

เจ้าชายหนุ่มยิ้มกว้างก่อนพยักหน้ารับ

“ครับวันนี้… มันเป็นของเล่นที่ฮิตขนาดนั้นเลยสินะครับ งั้นผมเอาอันนี้นะครับลุง”

พูดแล้วเจ้าชายอูริเอลก็จับลูกบอลหิมะลูกเมื่อครู่มาเขย่าแรงๆ ซ้ำอีกครั้งให้เกล็ดหิมะในลูกบอลแก้วปลิวคว้าง

“ขอบคุณมากเลยครับลุงอินกัส!”

เสียงตะโกนอย่างร่าเริงดังประสานไปกับเสียงกรุ๊งกริ่งของระฆังใบน้อยเหนือบานประตูร้านอีกครั้ง

ชายชราก้มหน้าลง คล้ายจะกลับไปสนใจกับชิ้นส่วนเล็กๆในมือตามเดิม หากแต่ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยไล่เลี่ยกัน 2 คน ที่เข้ามาใช้ร้านของเล่นของเขาเป็นฐานทัพลับเมื่อหลายปีก่อนกลับผุดขึ้นมาในหัว มันยังชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

…บางทีอินกัสก็รู้สึกว่า…เขาเองยังหนุ่มแน่นกว่าที่ตัวเองคิดไว้มากนัก…ในเมื่อความจำของเขายังดีอยู่ขนาดนี้…

เสียงหัวเราะเอะอะซึ่งเขาเคยบ่นว่า ‘น่ารำคาญ’ พอห่างหายไปหลายปี กลับกลายเป็นความรู้สึกที่แตกต่างออกไป… แม้ความรู้สึกอันใหม่ที่เกิดขึ้นที่ว่านี้จะเรียกไม่ได้เต็มปากว่า… ‘คิดถึง’… ก็ตาม

รอจนเสียงระฆังกรุ้งกริ่งเงียบลงแล้วนั่นล่ะ ผิวหนังที่เริ่มหย่อนคล้อยตรงแก้มชายชราจึงค่อยขยับยกขึ้นนิดจนดูคล้ายกับ…รอยยิ้ม…

………………………………………………..

TBC.

………………………………………………..

Author ‘s Note (By Sena) : มากรีดร้องตอนท้ายยย พยายามนั่งปั่นการบ้านแต่เหมือนไทม์ไลน์ในเรื่องราวของอูริเอลจะยังไม่เรียบร้อย สุดท้ายก็เลยต้องทำ Side Story ออกมาก่อนอีกจนได้  *ทึ้งหัวตัวเองอย่างก้าวร้าวววว*

ในส่วนของ Side Story 03 : Memory เป็นมุมมองกึ่งๆจากลุงอินกัสค่ะ เป็นช่วงเวลาที่หมีเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้วแต่ยัง…โตแต่ตัวอยู่ดี 55555 เป็นช่วงสุดท้ายที่ยังอยู่ในวังที่ซาเรสค่ะ ส่วน Side Story 04 : ก็เช่นเดียวกัน วันนี้มาคู่ คือสตอรี่ต่อกันเป๊ะๆเลยค่า

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ด้วยค่ะ มีคนอ่านก็ดีใจแล้วค่ะ ถ้าอยากพูดคุยคอมเม้นท์อะไรก็ยิ่งดีใจมากๆเลยล่ะค่ะ ^^

โฆษณา

2 thoughts on “[TOB] Side Story 03 : Memory

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s