[Fic] · [Side Story] · [TOB] · [Uriel]

[TOB] Side Story 04 : Snow Globe

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

55defd_e18493fefb2549d59fc21ab21dc193a1

Thief of Baramos
[Fan commu]

55defd_4f0b4151338f4b87a35ef40836d944c0

The Philosopher Citadel

…………………………………………………………………………………

Side Story 04 : Snow Globe

…………………………………………………………………………………

…ผมกลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่บ่าย… เล่นเอาคนในวังอดแปลกใจเสียไม่ได้ เพราะทุกทีที่ผมออกไปข้างนอกส่วนมากก็หายหัวไปทั้งวัน กว่าจะกลับมาก็เย็นย่ำใกล้ค่ำนู่นแหละ

ผมหยิบสโนว์โกล้บซึ่งได้มาจากลุงอินกัสมาเขย่าเล่นอีกครั้ง แล้ววางมันไว้บนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง ล้วงหยิบจดหมายออกมาจากอกเสื้อก่อนทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียง

ซองจดหมายสีขาวในมือถูกชูเหยียดขึ้นไปสุดแขน รอยน้ำหมึกสีดำเหลือบน้ำเงินถูกเขียนตวัดด้วยปลายปากกาเป็นเส้นคมอย่างสวยงามอยู่บนหลังซองจดหมายด้วยลายมือซึ่งผมคุ้นเคยดี…

…ดวงตาผมจับอยู่ที่…ชื่อผู้ส่ง…

Isaiah Silver

.

.

ไซเป็นลูกพี่ลูกน้องซึ่งอายุมากกว่าผมแค่ปีเดียว ผมจึงแทบไม่ใส่ใจจะเรียกหมอนั่นว่า ‘พี่’ เลยด้วยซ้ำ ทั้งที่จริงๆแล้วสำหรับผม เขาเป็นทั้งพี่ชาย ทั้งเพื่อนสนิท และเป็นคนสำคัญสุดๆคนหนึ่งของผมเลยก็ว่าได้ คงเพราะเราอยู่ด้วยกันมาตลอด เห็นกันมาตลอด เล่นและทำอะไรๆด้วยกันมาตลอดล่ะมั้ง

ในตอนที่ท่านน้าอารอนเสด็จสวรรคต โลกรอบๆตัวผมก็เริ่มไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความเปลี่ยนแปลงระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ปราณีต่อผู้ต้านทาน โดยไม่สนว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร หรืออายุเท่าไหร่ก็ตาม

…ซึ่งผมว่า…มันก็ยุติธรรมดี…

…แต่ด้วยวัยผมในตอนนั้น ผมรู้สึกไม่มั่นคงเลย…

ผมเหมือนกำลังยืนอยู่บนทางขาด แผ่นหลังชนหน้าผา และเบื้องหน้าเป็นหุบเหวลึกทอดดิ่งลงไป ไกลสุดตาก็ยังไม่เห็นก้นเหว

…แต่ละวัน… ผมพยายามทำตัวให้ยุ่งกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งซ้อมดาบ ซ้อมยิงธนู ฝึกขี่ม้า ฝึกเวทย์ เรียนหนังสือ และอะไรก็ตาม ขอเพียงให้มีอะไรวุ่นวายให้ทำอยู่ตลอดก็พอ…

…ร่างกายไม่เคยได้พักว่าง หากแต่ในหัวกลับว่างเปล่า…

ผมปล่อยให้เวลาไหลผ่านตัวผมไปอย่างไร้ความหมาย… ไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากรับรู้อะไร ราวกับกำลังเฝ้ารอเวลา… รอให้โลกใต้ฝ่าเท้าของผมค่อยๆพังทลายลงอย่างช้าๆ… รอจนกว่าจะถึงเวลา ที่ผมจะร่วงตามลงไปในหุบเหวแห่งความสิ้นหวังนั้นอย่างไร้ทางต่อสู้…

…ทั้งที่ถอดใจไปแล้วแท้ๆ… กลับยังมีบางสิ่งมาช่วยยึดรั้งผมไว้ได้ทัน…

…จดหมายจากเจมิไน…

…จดหมายจากไซ…

.

.

.

…ตั้งแต่ตอนนั้น…นี่ก็เกือบ 4 ปี แล้วสินะ…

จดหมายฉบับแรกที่ไซเขียนมาจากเจมิไน…ไม่ได้ระบุชื่อผู้ส่ง… ระบุเพียงชื่อของผมเป็นผู้รับ… ในช่วงแรกๆเนื้อหาในจดหมายไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าคำขอโทษที่ไปโดยไม่มีโอกาสได้บอกลากัน นอกนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังถึงการปรับตัว สิ่งต่างๆที่เขาเจอ และเรื่องราวของเจมิไน

…หลังจากผ่านไปไม่นาน คนในวังของท่านน้ากลอเรียก็เดาทางถูก…

ผมไม่ได้รับจดหมายจากไซอยู่พักใหญ่จนเหมือนขาดการติดต่อกันไปดื้อๆ ตอนแรกเล่นเอาผมกังวลแทบตาย กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทางนั้น แต่ไม่นานนักก็สืบรู้ได้ว่าเป็นแค่การกีดกันไม่ให้ผมได้รับจดหมายจากไซเท่านั้น

ผมตัดสินใจที่จะติดต่อกันผ่านคนกลาง ซึ่งเป็นคนนอกปราสาทแทน เพื่อไม่ให้เป็นที่จับตามองและเพ่งเล็งของทั้งจากคิงเครน และทางฝั่งคนของท่านน้ากลอเรีย

สุดท้ายก็เลยมาลงที่ร้านของลุงอินกัส เจ้าของร้านสิ่งประดิษฐ์และของเล่นแปลกๆในเมือง ที่ซึ่งผมกับไซเคยใช้เป็นฐานทัพลับของเราสองคน… ตั้งแต่นั้นมา ผมกับไซก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการส่งจดหมายหากันอีก

…เคยมีคนถามผมนะ…ว่าเขียนจดหมายคุยอะไรกันได้ตลอด 4 ปี ไม่เบื่อบ้างเหรอ?…

เอาเข้าจริง ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมถึงไม่เคยรู้สึกเบื่ออ่านจดหมายของไซ… ผมไม่เคยได้ออกไปนอกซาเรสเลย แม้ว่าจะได้ออกไปล่าสัตว์ไกลๆ กับท่านแม่ไดน่าอยู่บ่อยๆ แต่นั่นก็ยังอยู่ในอาณาเขตของซาเรสอยู่ดี

…เพราะแบบนี่รึเปล่านะ ที่ทำให้ผมชอบอ่านเรื่องราวเล็กๆน้อยๆในจดหมายของไซ และตั้งหน้าตั้งตารอจดหมายของเขาอยู่ตลอด…และอีกเหตุผลหนึ่งที่พอนึกออกก็คือ…ผมสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเขา ผ่านข้อความที่เขียนมาในจดหมายแต่ละฉบับด้วยล่ะมั้ง…

…ถึงแม้เขาจะบอกว่าสบายดี แต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงความกดดันมากมายที่เขาแบกรับเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ที่นั่น… ทุกครั้งที่ได้รับจดหมาย ผมจึงมักรีบตอบกลับทันที ด้วยความหวังลึกๆว่าข้อความในจดหมายผมอาจจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง

…ผมไม่เคยนึกเอะใจเลย…มารู้ตัวอีกทีค่อยพบว่า…ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา…คนที่ได้รับการเยียวยากลับเป็นผม…

ในขณะที่โลกของอิไซอาห์ ซิลเวอร์ กำลังเปิดกว้างออก ได้พบเจอกับสิ่งใหม่ๆมากมาย… ผมกำลังย่ำอยู่กับที่ เฝ้ารออยู่ที่จุดๆเดิม กับความทรงจำของพวกเราที่ผมยึดยื้อเอาไว้อย่างหวงแหน…

…โลกของผมช่างไม่ต่างจากลูกแก้วสโนว์โกล้บที่ได้รับมาจากลุงอินกัสเลย…

…โลกของผม…ที่มีเพียงผมกับจดหมายของไซ…

ทุกครั้งที่รู้สึกแย่… ชีวิตและความคิดในหัวถูกทำให้ปั่นป่วน… ผมทำได้เพียงแค่รอ… รอให้พายุหิมะในลูกแก้วสงบลง… รอให้จดหมายจากเจมิไนเดินทางมาถึงมือ… รอรับการปลอบโยนจากอีกคนที่อยู่ห่างไกลออกไป…

 

.

.

‘…ฉันกำลังจะเข้าเรียนโรงเรียนพระราชาปีนี้ล่ะ…อูริ…’

 

…ไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้หรือไม่ก็ตาม… โลกใบน้อยของผมกำลังถูกเขย่าอย่างรุนแรงอีกครั้ง ด้วยข้อความในจดหมายจากไซที่อยู่ในมือของผม…

…โลกทั้งใบ…ที่เหมือนกับสโนว์โกล้บลูกนั้น…

 

‘ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าต้องเรียนหนักรึเปล่า…

บางทีอาจเขียนจดหมายหานายได้น้อยลง…อย่าโกรธล่ะ!..อูริ…’

.

.

……………………………………………

…ในตอนที่ผมขี่เจ้าอินโฟโน่ ม้าตัวโปรดฝ่าพายุหิมะซึ่งตกหนักไม่ลืมหูลืมตาร่วมไปกับกองทหารซิลเวอร์วินด์ของพ่อ…

…เมื่อหิมะซึ่งหมุนคว้างรอบตัวผมไม่ใช่แค่เกล็ดหิมะปลอมในสโนว์โกล้บอีกต่อไป…

ร่างกายซึ่งผ่านการฝึกฝนมาจนแข็งแกร่งเท่าที่เด็กวัย 15 ปี คนหนึ่งจะเป็นได้ กำลังสั่นสะท้านต่อสู้กับอากาศหนาวยะเยือกเข้าไปถึงกระดูก ระยะทางแต่ละคืบดูเชื่องช้าเสียจนผมแทบจะสิ้นเรี่ยวแรงไปต่อ

…ในตอนที่ร่างกายร้าวไปทั้งตัว ปวดชาดิกจากความเย็นจนแทบไม่เหลือความรู้สึกใดๆกับสัมผัสบนร่างกายอีก…

…แปลกดีนะ…ในตอนนั้น…หัวของผมกลับโปร่งโล่งเอามากๆ…

…ความรู้สึกที่ผมไม่เคยรู้เลยว่ามันคืออะไร… จู่ๆ คำเรียกของมันก็กลับผุดขึ้นมาในหัวของผม…

…บางที…ที่ผ่านมา…

…มันคงเป็น ‘ความเหงา’…ของคนที่กำลังถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง…

…ผมอยากรู้จริงๆ…ว่าผมต้องทำยังไง…

…เพื่อที่ผมจะไม่…

…เป็นแค่ความทรงจำของเขา…

.

.

………………………………………………..

TBC.

………………………………………………..

Author ‘s Note (By Sena) :

โอ๊ยยยย ขอบคุณทุกคนนะคะที่อ่านมาถึงตรงนี้ Side Story ปาเข้าไปถึงตอนที่ 4 แล้ว ลูกหมีก็ยังไปไม่ถึงเอดินเบิร์ก (/แม่มันนี่กัดเล็บกึกๆๆเลย) แต่หลังจากตรงนี้น่าจะเข้าเรื่องการบ้านได้บ้างแล้วล่ะค่ะ…orz …. ไปปั่นต่อละค่ะ ใครอ่านแล้วคิดเห็นยังไงมีคอมเม้นท์อะไรทั้งชอบไม่ชอบตรงไหน อย่าลืมหาโอกาสกระซิบบอกแม่หมีด้วยนะคะ ปกติเป็นฟิคสายเวิ่นเว้อพอสมควร แงงงงง หวังว่าจะได้รับความสนุกกับการอ่านกันอยู่บ้างนะคะ ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ

อ้อ! จริงสิ… Snow Globe ใช้ทับศัพท์ไปเพราะไม่แน่ใจว่าภาษาไทยควรเรียกว่าอะไรดีนะคะ มันคือ….

From the series: Future(Perfect)
From the series: Future(Perfect)

Credit รูป: http://www.kentrogowski.com/wp-content/uploads/2011/12/Kent_Rogowski_SnowGlobe1-Detail.jpg

ตัวอย่าง Snow Globe ค่าพอเห็นภาพเนอะ

โฆษณา

2 thoughts on “[TOB] Side Story 04 : Snow Globe

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s