[Event] · [Fic] · [TOB] · [Uriel]

[TOB] Event 1.6.3 : การบ้านวิชาเวทมนตร์ – ศาสตราวุธ

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

55defd_e18493fefb2549d59fc21ab21dc193a1

Thief of Baramos
[Fan commu]

55defd_4f0b4151338f4b87a35ef40836d944c0

The Philosopher Citadel

………………………………………………………………………………………………

[Event 1.6.3]  : การบ้านวิชาเวทมนตร์ – ศาสตราวุธ

………………………………………………………………………………………………

“ลงไหม อูริ?”

“หื้ม?”

“..การประลองทัวร์นาเม้นต์ วิชาศาสตราวุธกับเวทมนตร์น่ะ”

“ปีหนึ่งอย่างฉันเนี่ยนะ..จะไป..”

กำลังจะบอกปฏิเสธแท้ๆ เพราะมันเป็นการประลองรวมทุกชั้นปี ซึ่งเด็กปี 1 แบบผมลงไปก็มีแต่ตายกับตาย แต่พอนึกขึ้นได้ว่านั่นหมายถึง ผมจะได้ลงแข่งทัวร์นาเม้นต์ร่วมกับไซ ผมก็ยิ้มกว้างและรีบพยักหน้ารัวๆเลย

“เอาสิ! เรื่องสนุกแบบนี้ฉันไม่ยอมพลาดหรอกนะ”

ก็แหงล่ะ ตั้งแต่แยกกันไปเกือบ 10 ปี ผมคิดถึงวันเวลาที่ผมกับไซเคยโลดโผนผจญภัยไปทั่วทุกที่ และทำโน่นทำนี่ด้วยกันจะตาย

โอกาสดีๆแบบนี้มีเหรอจะยอมพลาด ต่อให้ดวงกุดถูกรุ่นพี่สักคนตีตายไปก่อนจะได้ทำอะไรสนุกๆด้วยกัน มันก็ยังดีกว่าไม่ได้เปิดโอกาสให้ตัวเองนี่นะ

เพราะคิดแบบนั้น ผมก็เลยรับปากไซว่าจะเข้าร่วมทัวร์นาเม้นต์นั้นด้วยกัน

..และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้..

………………………………………………….

ลานกว้างกลางโคลอสเซี่ยมของโรงเรียนถูกจัดเป็นสนามประลองในรอบแรก บนพื้นถูกขีดเส้นแบ่งเป็นช่องมากมาย โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะได้ยืนตามตำแหน่งเริ่มต้นของตนเอง ซึ่งแตกต่างกันออกไป

ตำแหน่งของผมอยู่มุมบนขวาสุดตามผังกระดาน ซึ่งเดาเอาว่าเป็นความเมตตาของอาจารย์ ที่จัดวางให้ปีหนึ่ง ได้อยู่ใกล้ๆกันแถวรอบนอก ซ้ำยังมีช่องสีแดงเพื่อผ่านด่านเป็นเป้าหมายอยู่เบื้องหน้าไม่ไกล ในระยะการเดินเพียงสองตาเท่านั้น

ในขณะที่อาจารย์แคสซานดรา ไวท์ อาจารย์ประจำวิชาเวทมนตร์กล่าวต้อนรับ และอธิบายกติกาโดยสรุปให้ฟังกันอีกรอบ… ทั้งที่มี ซาฮารีห์ สกอร์ปิอัส และ อิเมลด้า ฟลอรอส เพื่อนร่วมหอปราการปราชญ์ชั้น ปี 1 ยืนเยื้องขนาบอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวาของช่องสีแดงในระยะตาเดินเท่าๆกันกับผม แต่สายตาของผมกลับทอดมองไกลออกไปเบื้องหน้า เยื้องไปทางกึ่งกลางสนาม…

…ช่อง ‘Q9’

ภาพร่างอันคุ้นตาทำเอาผมหลุดอมยิ้มออกมาน้อยๆ…โล่งอกไปที ที่อย่างน้อยการลงแข่งครั้งนี้ก็ไม่เสียเที่ยวซะทีเดียว…

ผมเริ่มคิดแผนการเข้ารอบให้ไซทันที ตำแหน่งเริ่มของเขาอยู่ต่ำลงไปแถวๆกลางกระดานฝั่งเดียวกัน ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องรีบตีกับใคร ส่วนข้อเสีย ก็ตรงที่แถวนั้นมันดันไม่มีช่องสีแดงให้ผ่านด่านได้อยู่ในระยะใกล้ๆเลยน่ะสิ

…แล้วเสียงประกาศเริ่มเทิร์นแรกก็ดังขึ้นขัดความคิด…

ผมมองเห็นไซเดินข้ามช่องตรงมาทางผม… ระยะทางระหว่างกันค่อนข้างไกลเกินกว่าที่จะพูดคุยอะไร หรือแม้แต่เห็นสีหน้าของเขาได้ถนัด แต่อย่างน้อยระยะห่างระหว่างเราก็ลดน้อยลงไป 1 ช่อง…และอีก 1 ช่อง…เมื่อผมเองก็เลือกที่จะเดินไปหาเขาเช่นกัน…

…ต้องใช้ถึง 5 ตาเลยสินะ สำหรับไซ กว่าจะเดินมาเข้าช่องสีแด..!!?อึ่ก!!

ขณะที่ในหัวกำลังคำนวณ ผมก็โดนกับดักเวทมนตร์เล่นงานเข้าให้… ร่างกายรู้สึกหนักอึ้งแปลกๆแถมยังรู้สึกว่าพลังเวทย์ถูกสูบหายไปจนเกลี้ยงอีกด้วย ผมลองหยิบคฑาออกมา แล้วร่ายมนต์เรียกลูกบอลไฟดู แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

…ลาขาดล่ะนะเวทมนตร์…

ผมบอกตัวเองในใจ…แต่เอาเถอะ… ถึงยังไงผมก็ไม่กะจะรอดเข้ารอบด้วยเวทย์ลูกไฟอ่อนด้อยของผมอยู่แล้ว

.

.

…จบตาแรก…ทั้งผม อิเมลด้าและซาฮารีห์ เราต่างเลือกเดินเข้าหาช่องผ่านด่านซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างเรา 3 คน คล้ายจะยั่วยุให้ต้องแย่งชิงกันยังไงยังงั้น

ภาพผังกระดานที่เห็นตั้งแต่ตอนเริ่ม บอกให้รู้ว่ามีช่องแดงสำหรับผ่านด่านบนกระดานทั้งสิ้น 9 ช่อง หากแต่จำนวนผู้ที่จะเข้ารอบตามประกาศมีเพียง 8 คนเท่านั้น…นั่นหมายความว่า… อีกสิ่งที่ต้องแข่งขันกันในรอบนี้ และไม่ควรมองข้ามก็คือ… ความเร็ว…

ผมอธิบายสิ่งที่ผมคิดให้อิเมลด้าและซาฮารีห์ฟัง… การเข้าไปต่อสู้กันในช่องสำหรับเด็กปีหนึ่งซึ่งพร้อมจะเสียท่าให้กับเหล่ารุ่นพี่เอาง่ายๆ ทันทีที่ถูกเข้าตี ช่างเป็นการเสียเวลาหนึ่งตาไปอย่างไร้ค่ามาก

ผมเสนอให้พวกเราตกลงกันให้จบว่าใครจะเป็นคนก้าวเข้าช่องแดงตรงหน้าในตาต่อไป ทั้งเพื่อประหยัดตาเดินของคนที่จะได้ลุ้นเข้ารอบ และยังถนอมแรงไม่ต้องมาสู้กันให้เลือดตกยางออกโดยไม่จำเป็นอีกด้วย…

.

.

…เสียงประกาศเริ่มเทิร์นที่สองดังขึ้น…พร้อมๆกับการก้าวเท้าเข้าไปในช่องสีแดงเป็นตาแรกของผม ในฐานะผู้ชนะทัวร์นาเม้นท์ย่อยๆ ของพวกเราปี 1 ปราการปราชญ์สามคน ด้วยการดวลเป่ายิ้งฉุบแบบพบกันหมด…

ผมยกมือขึ้นนิดเป็นเชิงลา ขณะยืนมองอิเมลด้าและซาฮารีห์โบกมือกลับให้ผม ก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าช่องวาร์ป ซึ่งเป็นช่องที่ถูกวางเวทมนตร์เคลื่อนย้ายไว้ โดยผู้ที่ก้าวเข้าไปจะถูกพาไปโผล่ที่ช่องอื่นแบบสุ่มผลลัพธ์

 

…สิ่งที่ผมไม่ได้บอกเพื่อนๆทั้งสองคนตั้งแต่ก่อนการตัดสินผลของพวกเราก็คือ…

…ถ้าผมชนะ…และได้สิทธิ์เข้าครอบครองช่องผ่านด่าน…

…ผมพร้อมจะถอยออกจากช่องนั้นทันทีที่ไซมาถึง…

…ไม่เอาน่า…มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่รึไง

ในเมื่อมองมุมไหน มันก็ดีกับหอปราการปราชญ์ของพวกเรามากกว่าทั้งนั้น…

 

ระหว่าง…เจ้าชายอิไซอาห์แห่งซาเรส หัวหน้าชั้นปีที่ 5 ของหอปราการปราชญ์ผู้แข็งแกร่ง กับเด็กเข้าใหม่ ปี 1 ซึ่งยังไม่สันทัดกับการประลองแบบนี้นักอย่างผม คนที่มีโอกาสเข้ารอบไปแล้ว จะคว้าธงกลับมาให้หอปราการปราชญ์ได้มากกว่า ย่อมต้องเป็น…ไซ…

ทั้งที่วางแผนไว้แล้วอย่างดี แต่เมื่อผมละสายตาจากเพื่อนๆ…ภาพตรงหน้ากลับเป็นภาพของอิไซอาห์เดินเข้าหาช่องกับดักวาร์ปซึ่งอยู่ด้านข้างของเขาในตานั้นเช่นกัน…

…ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าความรู้สึกแปลกๆของผมตอนนี้คืออะไร… กับการที่เห็นภาพของไซเดินตรงมาหา แล้วจู่ๆร่างนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตา…

…มันเป็นภาพอันคุ้นเคย…เหมือนกับเดจาวู…

…เพราะมันเป็นภาพ…ซึ่งผมฝันเห็นบ่อยๆตอนเป็นเด็ก…

 

ผมคงไม่รู้สึกแย่กับมันมากนัก ถ้าหลังจากนั้นจะไม่มีเสียงประกาศเป็นระยะๆ จากอีกฟากหนึ่งของกระดานถึงการรุมกินโต๊ะกันที่มุมซ้ายบนช่อง ‘D4’ ระหว่างไซ กับเด็กปีอื่นอีกสามคน…

…ปี 4 สองคน ปี 3 อีกหนึ่ง… ยังจะไปทำกร่าง ท้าให้เขาเข้ามาพร้อมกันอีก!! นี่มันบ้าไปแล้ว!!…

 

ยิ่งไม่ได้เห็นด้วยตา ได้ยินแต่เสียงจากผู้บรรยาย ในหัวผมก็ยิ่งคิดภาพไปต่างๆนานา นึกโมโหเจ้าคู่ซี้ของผมเหลือเกิน ที่ดันไปทำตัวเท่ห์แบบนั้น จนนึกคาดโทษหมอนั่นในใจ

“…คอยดูนะหลุดออกไปจากกระดานนี้ได้ เจอตัวเมื่อไหร่ จะซัดไอ้เจ้าบ้านั่นให้หมอบเลย เผื่อจะหายขาดจากโรคเท่ห์แบบสิ้นคิดนี่ได้บ้าง…”

…ไม่ใช่ในใจสิ… นี่ผมยั๊วะจนหลุดพูดคนเดียวออกมาเลยด้วยซ้ำระหว่างนั่งแช่ตัวเองอยู่ในช่องแดงอีกฟากหนึ่งของสนาม

ปกติก็พอรู้อยู่หรอกนะ ว่าภายใต้ภาพลักษณ์ดูสุขุมเรียบร้อยของหมอนี่ มีความบ้าระห่ำเก็บงำอยู่ภายในขนาดไหน แต่ผมก็ยังอดปวดใจอยู่ลึกๆไม่ได้ ในเมื่อแผนที่ผมวางไว้สำหรับเขา คือการยืนอยู่ที่ตรงนี้ ช่องสีแดงนี่ รอผ่านเข้ารอบสบายๆ โดยมีผมช่วยคุมเชิงเป็นการ์ดอยู่รอบๆให้ต่างหาก!! แล้วทำไมอะไรๆมันถึงผิดแผนไปไกลได้ขนาดนี้นะ…

…ยิ่งนึกก็ยิ่งโมโห… เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้รึไง… อิไซอาห์…

…นายไม่รู้จริงๆเหรอว่า… ฉันพร้อมจะถอยให้ในสิ่งที่นายต้องการ…

…ไม่ว่าเรื่องอะไร… ไม่ว่าเมื่อไหร่… ขอแค่ได้รู้…

…แค่นายเอ่ยปากบอกมาคำเดียว…

.

.

ผมกัดริมฝีปากล่างตัวเองเบาๆ ระหว่างที่รอฟังผลของอีกคนอยู่อย่างกระวนกระวาย จนแทบไม่ทันสังเกตเลยว่า… เบื้องหลังผม เงาร่างของใครบางคนปรากฏขึ้น…

…ความรู้สึกบางอย่างเรียกให้ผมหันหลังกลับไปพบกับดวงตาสีน้ำเงินซึ่งกำลังจ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว…

ผมยิ้มให้เด็กสาวผมสีบลอนด์เทาเบื้องหน้า ตาก็เหลือบมองบั้งที่บ่าชุดนักเรียน

… รุ่นพี่ปี 4 จากหอแผ่นดินประชาชนสินะ…

 “สวัสดี” เสียงทักทายของอีกฝ่ายเรียกให้ผมหันกลับมามอง เธอระบายยิ้มให้บางๆ

“เธออยู่ที่ช่องนั้นมากี่ตาแล้วเหรอ?”

คำถามนั้นตอกย้ำผมว่า หญิงสาวตรงหน้ามีความคิดช่วงชิงจุดผ่านด่านซึ่งผมครอบครองอยู่เช่นกัน จะว่าไป… ผมเองก็ไม่แน่ใจในคำตอบนัก เพราะมัวแต่สนใจสถานการณ์ของไซ อีกฟากหนึ่งของกระดาน ระหว่างเทิร์นที่ผ่านๆมา จนไม่รู้ว่าตัวเองต้องใช้อีกกี่ตาจึงจะผ่านเข้ารอบไปซะแล้ว

…อีกสองหรือสามตากันนะ… ผมชวนคุยไปเรื่อยๆ ตาก็แอบเหลือบมองช่องในตารางระหว่างรุ่นพี่กับผมแล้วลองคำนวนดู…

…ก้ำกึ่ง…

พอมีเรื่องใกล้ตัวมาเรียกสติผมถึงเพิ่งมาสังเกต ไม่ใช่แค่การปรากฏตัวของรุ่นพี่ริฮานน่า เดโนแวน รุ่นพี่คนสวยจากแผ่นดินประชาชนนี่หรอกนะ ก่อนหน้านี้ รุ่นพี่ยาริอาห์ ลาเรนไนน์ แห่งปราการปราชญ์เองก็คล้ายจะมุ่งหน้ามาทางผมเพื่อหวังช่วงชิงโอกาสในการเข้ารอบเช่นกัน

นี่ถ้าเจ้าหญิงยารีอาห์ไม่โดนกับดักเวทย์ให้หยุดเดิน 1 ตาล่ะก็… ในอีกไม่กี่ตาข้างหน้า สถานการณ์ฝั่งผมเองก็คงโดนถล่มไม่ต่างกับไซ

.

.

แต่ละตาผ่านไป… ขณะที่หูของผมก็ยังคงติดตามสถานการณ์ของทางช่อง ‘D4’ อีกฝั่งของกระดานอย่างเอาใจช่วย สายตาของผมยังคงจับอยู่ที่ใบหน้าของรุ่นพี่ริฮานน่าซึ่งก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนเผชิญหน้ากัน… ปากก็ยังชวนคุยอย่างเป็นมิตรไม่หยุด แม้จะรู้ว่าผมคงจะหลบเลี่ยงการต่อสู้ครั้งนี้ได้ยากแล้วก็ตาม…

…แล้วจู่ๆ เสียงประกาศของอาจารย์แคสซานดราก็ดังขึ้น…

“เรโนลท์ เชอร์บิล และ อูริเอล วอน สไตน์ ผ่านเข้ารอบ!”

สิ้นเสียงประกาศวงเวทย์ใต้เท้าก็เรืองแสงขึ้น

…แผนลดตาเดินของแก๊งปี 1 ปราการปราชญ์ได้ผล!!…

 

ผมยกมือขึ้นบอกลารุ่นพี่ริฮานน่า พร้อมส่งยิ้มให้นิดในเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกวาร์ปออกจากสนาม

…แล้วทันทีที่เท้าแตะพื้นอีกครั้ง…

…อิไซอาห์!…

…ในหัวของผมตอนนี้มีแค่เรื่องเดียว… ในขณะที่สองเท้าพาตัวเองวิ่งเต็มฝีเท้ากลับไปที่ข้างสนาม…

…กล้าไปท้าเขาแบบนั้นแล้ว…ห้ามแพ้นะเฟ้ย!! ไซซซซ!!…

 

ผมร้องตะโกนอยู่ในใจขณะที่รุดไปจนถึงข้างสนามฝั่งบนซ้าย ทันทีที่ไปถึง แล้วเห็นคนที่ผมลุ้นแทนใจแทบขาดยังยืนหอบอยู่เพียงลำพังในช่อง ‘D4’ …ผมก็ระบายลมหายใจออกยาวอย่างโล่งอก

แต่ไม่ทันจะได้พักหายใจ เสียงประกาศการเดินเข้าสู่ช่อง ‘D4’ ของคู่ต่อสู้รายใหม่… รีส บารันเธีย เจ้าชายแห่งบารามอสก็ดังขึ้น เล่นเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง

ดวงตาของผมจับนิ่งอยู่บนใบหน้าของไซ ความรู้สึกหลากหลายตีกันจนสับสนไปหมด… ใจหนึ่งก็อยากให้เขาชนะ แต่อีกใจก็อยากให้เขายอมแพ้ไปซะเลยจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวมากกว่านี้… เพราะถึงชนะ จะมีใครวาร์ปผ่านมาท้าสู้อีกรึเปล่าก็ยังไม่แน่…

ผมยืนลุ้นการต่อสู้ระหว่างไซกับเจ้าชายแห่งบารามอสจนกระทั่งจบ… ฝ่ายปราชัยถูกวาร์ปหายไปจากช่องสีแดงนั่น… เหลือเพียงร่างคนๆเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่ที่นั่นพร้อมง้าวในมือ

…ดวงตาสีฟ้าของผมจับอยู่บนใบหน้าของเขา ท่ามกลางเสียงโห่ร้องบ้างก็ดีใจ บ้างก็ผิดหวังกับผลการต่อสู้… แต่ผมได้แค่ยืนกำมือแน่นอยู่ตรงนั้น…ได้แต่ยืนรออย่างอดทน…จนกระทั่ง…

…เสียงประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านเข้ารอบ…

…หนึ่งในนั้นคือชื่อของ…

…อิไซอาห์ ซิลเวอร์…

.

.

ผมออกวิ่งไปด้านหน้า ตรงไปหาจุดที่วงเวทย์พาร่างที่แทบจะล้มแปะกลางสนามออกมา แหวกตัวผ่านฝูงชนที่เข้าไปห้อมล้อมแสดงความยินดีกับเขา เข้าไปถึงก็คว้าตัวพี่ชายมากอดรวบอย่างไม่อายใคร ความรู้สึกอัดอั้นที่ผ่านมาไหลบ่าจนห้ามไม่อยู่

“นายทำได้แล้ว! ไซ! ไอ้เจ้าบ้าเอ๊ยทำให้ห่วงแทบแย่”

“เดี๋ยว อูริ เบาา”

ร่างอีกคนโซเซตามแรงกอดอันไม่รู้จักบันยะบันยังของผม จนรู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงของอีกฝ่าย

…ไซ…?!

ผมรีบคลายวงแขนออกเปลี่ยนมาเป็นช่วยพยุงเขาไว้แทน

“ไปห้องพยาบาลดีไหม?” ผมถามเสียงอ่อนลง

“ไม่ต้องหรอก แค่นี้เอง… อูริ…ไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้นหรอกน่า…”

ไซตอบมาเหมือนพยายามปลอบผมซึ่งกำลังตื่นเต้นมากเกินไป ทั้งที่ตัวเองก็เดินกะปลกกะเปลี้ยเกาะไหล่ผมออกมาจากสนาม

แต่เมื่อเจ้าตัวปฏิเสธที่จะไปห้องพยาบาลผมก็ได้แต่พาอีกคนไปนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนถึงเวลาประลองในรอบต่อไปเท่านั้น

…แผ่นหลังของผมอบอุ่นขึ้น…เมื่อมีร่างของคนๆนึงนั่งเอนพิงอยู่…

…ความรู้สึกดี…ของการได้เป็นที่พึ่งพิงของอีกคน…

…ความรู้สึกที่ผมเองไม่เคยรู้… ว่ามันก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่…

…แต่พอจะขยับปากพูดมันออกไป… ภาพผู้คนมากมายโห่ร้องดีใจ และสายตาชื่นชมที่มองมายังพี่ชายของตนเมื่อครู่ก็เข้ามาขวางไว้… ริมฝีปากเม้มปิดลงอย่างช้าๆก่อนจะได้เอ่ยสิ่งที่คิดออกมา…

…คำพูดที่ไม่แน่ใจว่าอีกคนจะเข้าใจความหมายทั้งหมดของมัน…

.

.

“…วันนึงข้างหน้า เมื่อนายเป็นคิง…”

 

“…งั้นนายก็เป็นมือขวาให้ฉัน แลกกับสิ่งที่นายคิดว่านายเอาไป แค่นั้นเพียงพอไหม?…

…เป็นมือขวา ให้ว่าที่คิงซาเรสคนต่อไป…ตกลงไหม?…”

“…ฉันจะเป็นทุกอย่างที่นายอยากให้ฉันเป็นนั่นแหละไซ…

ไม่ว่าจะเป็นมือขวาหรืออะไรก็ตาม… ถ้านายต้องการ…”

…เท่าที่นายจะให้…ไม่ว่าเท่าไหร่ก็เพียงพอ…

…สิ่งที่นายต้องการ…ขอแค่ได้รู้…

…แค่นายเอ่ยปาก…

.

.

…ผมก้มลงแตะริมฝีปากลงบนหลังมืออีกคนเบาๆ แทนคำสัตย์สัญญาในใจ…

…แม้จะไม่ได้เอ่ยปากบอกความหมายของสัมผัสนั้นให้อีกคนรู้ก็ตาม…

.

.

………………………………………………..

TBC.

………………………………………………..

Author ‘s Note (By Sena) :

และแล้วการบ้านวิชาเวทมสตร์และศาสตราวุธก็ยาวมากอีกหนึ่งวิชา แงงงงงงงง ต้องแบ่งออกเป็น 2 ตอนจนได้ เพราะไม่อยากจะตัดรายละเอียดที่อัดรวมกันจนกลายเป็นการตัดสินใจของหมี หลังจากจบการแข่งขันในรอบแรก หมีก็ได้ตัดสินใจบางอย่างลงไปแล้วล่ะน้า… ส่วนสตอรี่ในการแข่งขันรอบ2 รอบของ 8 คนสุดท้าย ไว้จะมาเป็น Side Story อีกทีนะคะ… ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่เข้ามาอยู่ในฟิคของหมีด้วยค่ะ

และเช่นเคย ขอบคุณสำหรับคนที่อ่านมาจนจบ และยินดีรับทุกๆคอนเม้นท์ทั้งติและชมนะคะ แวะมาพูดคุยกันได้ตลอดเลยค่ะ c(^u^ )o…

 

โฆษณา

3 thoughts on “[TOB] Event 1.6.3 : การบ้านวิชาเวทมนตร์ – ศาสตราวุธ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s