[Fic] · [GOC] · [Shayne] · [Side Story]

[GOC] Fiction 02 : RIP Alexis Shelton By Shayne Brenig

Fictions นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู Gang of Chicago [GOC]

avatar_fbcc1ed07919_128

*********************************************

[GOC] Assassination 01 : Gladys vs Alexis

Fiction 02 : RIP Alexis Shelton

By Shayne Brenig

*********************************************

Rate : 18+ มีฉากบรรยายถึงความรุนแรงและเซ็กส์ (แบบแอบๆ)

Letter Count (by http://www.lettercount.com/): 7,424

Word Count (by MS Words) : 1,895 คำ

Author ‘s Note (By Sena) : ตอนนี้ชีวิตลูกสาวจบลงไปแล้วในระบบการลอบสังหารของคอมมู GOC แต่ยังมีสตอรี่เบื้องหลังทิ้งค้างไว้ให้เขียนมากมาย เรียกว่ายังคึกอยู่ว่างั้น 5555 เรื่องแรกก็คงขอเป็น RIP อเล็กซิส ก่อนเลย การตายของนายจุดประกายสตอรี่หลายๆอย่างของเรา หลายๆอย่างเข้ามาช่วงโรลย้อน ทำให้เข้าใจลูกสาวมากขึ้น บางมุมก็ทำเอาไม่อยากตายขึ้นมา 555 แต่นั่นล่ะ ชีวิตก็แบบนี้ ใช่ว่าเราจะได้อะไรดั่งใจไปซะทุกอย่าง

…What is Life?…

…Life is this…

…………………………………………………………………………………………

…อเล็กซิส…เชลตัน…

…ความรู้สึกเหมือน… เพิ่งจะได้คุยกันครั้งแรกเมื่อวานอยู่เลย… คนที่เดินทอดถอน

หายใจอยู่เบื้องหน้าช่างมีแผ่นหลังที่ดูเหงาและเศร้าจนฉันไม่อยากจะปล่อยเขาไว้คนเดียว

…จังหวะก้าวเท้าของเราทั้งคู่เชื่องช้า ทั้งที่อากาศรอบๆเหน็บหนาวจนลมหายใจ

กลายเป็นไอสีขาว ล่องลอยปะปนไปกับควันบุหรี่สีเทาซึ่งถูกจุดขึ้นสูบเพื่ออบอุ่นร่างกาย

…เพราะคนตรงหน้าเป็นคนของลูซรอครึเปล่านะ ถึงรู้สึกว่าปล่อยไปไม่ได้…

…What are you so sad about, Alexis?…

…Life…

.

.

ป้ายหน้าหลุมศพของอเล็กซิส มีทั้งตัวเลขและตัวหนังสือสลักเป็นร่องลึกลงไปในเนื้อหิน… ฉันอ่านมันได้ไม่หมดทุกคำ แต่บางอันก็เข้าใจได้ไม่ยาก หนึ่งในนั้นคือตัวเลข 22 …ซึ่งระบุวันเวลาแห่งความเศร้า ที่เจ้าของร่างผู้หลับอย่างไม่มีวันตื่นอยู่ใต้ผืนดินนี้เคยบอกไว้

วันเวลาของคนแต่ละคนต่างผ่านอะไรมาไม่เท่ากัน… ร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยของ อเล็กซิส บอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าถ้อยคำนับหมื่นคำ แต่มันคงเป็นเรื่องราวที่เจ้าตัวไม่รู้สึกดีสักเท่าไหร่ เขาถึงไม่คิดจะบอกเล่ามันกับใคร… พวกเราจึงมักเห็นเขาในเสื้อแขนยาว ปิดคอมิดชิดอยู่เสมอ

ฉันเองก็ไม่เคยเอ่ยปากถาม หากแต่ปลายนิ้ว… ริมฝีปาก… และร่างกายของฉันเริ่มทำความคุ้นเคยกับเรื่องราวบนร่างกายของเขาทีละนิดตามวันเวลาที่ได้ใกล้ชิดกัน แต่ละสัมผัสฉันรับรู้ได้ถึงความเศร้าและเจ็บปวด แต่ผู้หญิงเลือดเย็นอย่างฉัน กลับไม่เคยแสดงออกว่ารับรู้ถึงความรู้สึกของเขาเลย หลายต่อหลายครั้งเราทั้งคู่กลับเลือกที่จะสร้างเรื่องราวใหม่ๆแต่งแต้มลงไปเพิ่มด้วยซ้ำ เพียงต้องการจะโถมทับอดีตของกันและกันซึ่งยังคงตามมาหลอกหลอน

จากจุดเริ่มต้น… แค่อยากให้เขาเปิดใจ รักตัวเองมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น และรู้ว่ามันไม่เป็นอะไรเลย ไม่ว่าอดีตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร วันนี้เขายังมีชีวิตอยู่ และจะมีคนที่ยอมรับในตัวเขาเสมอ หากเขาไม่ถอดใจที่จะค้นหา…

นานวันเข้า… กลับเป็นตัวฉันเอง ที่ค่อยๆถูกเยียวยาจากความรุนแรงในอดีตซึ่งไม่สามารถหาทางระบายออกได้… ยิ่งรุนแรง… ยิ่งได้เลือด… ก็ยิ่งกลายเป็นความโกรธอันหาต้นสายปลายเหตุไม่เจอ…

…ถึงอย่างนั้นเด็กบ้านั่นก็ยังอยู่ข้างๆ… มาหาทุกครั้งที่ฉันเรียก… ทำตามทุกอย่างที่ฉันบอกให้ทำ… ใบหน้าและแววตาอันเจ็บปวดของเขา กลายเป็นสิ่งที่ฉันชินชา

…จนกระทั่ง…

.

.

.

‘เอะอะอะไรกันน่ะ?’

ฉันสอบถามสาวใช้ของโรงแรมกรีนเพลสที่วิ่งผ่านหน้า เมื่อมีเสียงเดินเข้าออกวุ่นวายผิดปกติตรงล็อบบี้

‘คุณชมิดท์ค่ะ พาคนเจ็บกลับมาด้วย คุณเชลตั้น… เห็นว่าให้เปิดห้องพักด่วนและให้ตามหมอมาดูอาการด้วย’

สาวใช้ตอบด้วยอาการค่อนข้างตระหนก คงเพราะเธอยังทำงานที่โรงแรมนี้ได้ไม่นานนัก ผิดกับฉันซึ่งชินชากับเรื่องพวกนี้ …ทั้งที่เป็นแบบนั้น… เลือดในกายของฉันกลับสูบฉีดแรง และเหงื่อเย็นเยียบก็ซึมชื้นไปทั่วฝ่ามือ…

.

.

บ้านพักของบาโทโลมิว… เป็นเป้าหมายของทีมทิลแมนน์ในการเจรจาเข้ายึดเพื่อเป็นฐานธุรกิจแห่งใหม่ของลูซรอค …ตัวบาโทโลมิวเอง เดิมทีเป็นเพียงหัวหน้าแก๊งเล็กๆซึ่งแทบไม่อยู่ในสายตาของเรา จนฉันไม่เคยคิดว่าการเข้าเจรจาจะติดปัญหาใดๆ แต่กลับกลายเป็นเรื่องวุ่นวายขึ้นมาจนได้ เมื่อคนของเราเป็นฝ่ายถูกหลอกล่อจับตัวไปคุมขังและทำร้ายร่างกายอย่างเหี้ยมโหด

.

.

ฉันยืนรออยู่หน้าห้องพักซึ่งถูกเปิดเป็นห้องพยาบาลเฉพาะกิจ เพื่อให้คุณหมอใช้ตรวจอาการบาดเจ็บของอเล็กซิส หลังจากตรวจอาการและทำแผลเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ขออนุญาตเข้าไปด้านในเพื่อรับฟังผลการตรวจด้วย

สภาพของอเล็กซิสในตอนนั้นทำเอาลำคอฉันตีบตันจนพูดไม่ออก ร่องรอยจากอดีตบนร่างกายของเขา ถูกทำให้กลับมาชัดเจนขึ้นอีกครั้ง จนฉันรู้สึกได้ถึงความไร้ค่ากับความพยายามที่ผ่านมาของเราสองคน

.

.

ฉันแวะไปดูอเล็กซิสบ่อยครั้ง แต่หลังจากเขาฟื้นตัว ฉันก็เริ่มเป็นฝ่ายตีตัวออกห่าง เหลือเพียงการเฝ้าดูอยู่ไกลๆในฐานะควีนแห่งลูซรอคเท่านั้น โชคดีที่พวกเราต่างวุ่นวายกับการเตรียมงานเทศกาลฤดูหนาว ไหนจะดูแลเรื่องลานแข่งปาหิมะ การเชิญแขกเหรื่อ และการเตรียมของขวัญให้กับเด็กๆในมูลนิธิ… ซึ่งทั้งหมดนั่นก็ผ่านไปได้ด้วยดี…

การแข่งขันปาหิมะปีนี้รุนแรงพอตัว หลังจบงานร่องรอยของคราบเลือดหลงเหลือเปรอะเปื้อนไปทั่วลานหิมะ ความรู้สึกบางอย่างเรียกร้องให้ฉันหยุดยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง

…ภาพของหิมะเปื้อนเลือด…

…บางสิ่งบางอย่างในตัวของฉันกรีดร้องเบาๆอย่างไม่รู้สาเหตุ… ในอกเจ็บปวดจนต้องทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจมองท้องฟ้า…

.

.

พอเริ่มหายใจคล่องขึ้น ฉันค่อยลองขยับแขนขาไปมา ให้รอยบนพื้นกลายเป็นรูปนางฟ้า แล้วใบหน้าอันคุ้นเคยก็ชะโงกมามอง… ใบหน้าของอเล็กซิสยามก้มมามองฉัน ต้องแสงจากไฟสนามด้านหลังจนเป็นเงามืดบดบังภาพท้องฟ้าซึ่งฉันนอนมองเมื่อครู่จนมิด… และก่อนไฟสนามจะถูกดับลง ฉันก็จัดการให้ผู้มาเยือนนอนหงายอยู่ใต้ร่างของฉัน ซึ่งกึ่งนั่งกี่งนอนคร่อมทาบทับร่างของเขาอยู่

…ภาพใบหน้าหวานพร่ามัวด้วยลมหายใจอุ่นที่กลายเป็นไอขาวของเราทั้งคู่…เป็นภาพซึ่งยังคงติดตาฉันอยู่จนถึงตอนนี้… ใบหน้าของ อเล็กซิส เชลตั้น ขณะที่มีหิมะเปื้อนเลือดเป็นฉากหลัง… ความรู้สึกแย่ๆซึ่งเกิดขึ้นในตอนนั้นอาจจะเป็นลางสังหรณ์ของฉันก็เป็นได้… เพียงแต่ตัวฉันในตอนนั้นกลับไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย

.

.

…ในงานจัดเลี้ยงงานปาร์ตี้สวมหน้ากากเปิดตัวโรงแรมซันไชน์หลายวันต่อมา… ฉันซึ่งกำลังรู้สึกอ่อนล้า ได้หลบมาพักในห้องแต่งตัวนักแสดง พลันถูกปลุกด้วยเสียงปืน 2 นัดซึ่งดังขึ้นไม่ห่างกันนัก…

…หัวใจเต้นแรง… เลือดในกายพลุ่งพล่าน…ความวิตกกังวลมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว แต่ละเรื่องล้วนทำให้มือไม้ของฉันเย็นเฉียบ ฉันคว้าปืนซึ่งนำมาเก็บไว้ในห้องแต่งตัวล่วงหน้าติดตัวไปด้วยในทันที ทุกก้าวย่างเต็มไปด้วยความเร่งร้อน… มือแทรกขอทางกลุ่มคนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์คนแล้วคนเล่า จนที่สุดฉันก็พาตัวเองก้าวไปหยุดอยู่เบื้องหน้า…

…ทิลแมนน์อยู่ที่นั่น… ใบหน้าและร่างกายเปรอะไปด้วยรอยเลือดสีเข้ม หากแต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก…มีเพียงแววตาเท่านั้นที่ดูเจ็บปวด… ฉันรีบเลื่อนสายตามองตามทิลแมนน์ไป และมันก็พลันสะดุดเข้ากับร่างคนผู้หนึ่งซึ่งนอนกองอยู่บนพื้นเบื้องหน้าทิลแมนน์…

…อเล็กซิส…

ริมฝีปากพึมพำชื่อนั้นแผ่วเบา แต่สมองกลับไม่รับรู้ใดๆ เสียงเซ็งแซ่รอบกายเมื่อครู่พลันเงียบสงัด ราวอยู่ในที่ไกลออกไป

…ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ถูกซ้อนทับทันทีด้วยภาพจากอดีตอันลางเลือนซึ่งถูกฝังอยู่ในความทรงจำส่วนลึกมานานหลายปี… บัดนี้ถูกเหตุการณ์ตรงหน้าปลดปล่อยให้ไหลบ่าออกมาไม่ขาดสาย ราวกับถูกกดสวิตช์เปิด… ความพยายามต้านทานทั้งหมดสูญเปล่า ไม่ต่างจากทำนบน้ำ ซึ่งกำลังถูกกระแสอารมณ์เชี่ยวกรากเข้าโถมกระแทกจนพังทลายไม่เหลือชิ้นดี…

.

.

…ในความทรงจำ…ปุยหิมะสีขาวปลิวคว้างตามสายลมเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานจนน่ากลัวเมื่อโรยตัวลงต้องร่างหญิงสาวที่นอนฟุบนิ่งอยู่กับพื้นข้างเสาไฟถนน… ใบหน้าสละสวยที่คุ้นเคยดี เพราะมันช่างละม้ายคล้ายใบหน้าตนจนแยกไม่ออก… ยามนี้คนเบื้องหน้าหลุบเปลือกตาปิดสนิทคล้ายกำลังหลับใหล มีเพียงคราบของเหลวสีเข้มซึ่งไหลอาบเป็นทางผ่านเนินหน้าผากเนียนขาว จนหยดลงกระจายเป็นวงสีแดงสดอาบพื้นหิมะนั่นเท่านั้นที่บ่งบอกถึงความเป็นจริงอันต่างออกไป

ภาพที่เห็นช่างชัดเจนราวกับกำลังเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งเบื้องหน้า บีบหัวใจฉันแน่นจนเริ่มหายใจไม่ออก วิญญาณราวถูกกระชากออกจากร่าง จนร่วงวูบลงไปนั่งกองกับพื้น

…ความทรงจำน่ากลัวที่หลอกตัวเองให้ลืมมาโดยตลอด…

…..เ….

…เชลลี่…

.

.

‘คุณเชน!!’

มือของใครบางคนเข้ามาประคองร่างฉันไว้ ความตระหนกในน้ำเสียงเรียกสติฉันกลับมาในห้องจัดงานอีกครั้ง… แม้ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือจะหันกลับไปมอง แต่จากน้ำเสียงที่ได้ยินก็พอรู้ว่าเป็น ซีโน่ ครูซ…

‘ฉันไม่เป็นไรครูซ’

ฉันรีบตอบให้อีกคนหายตกใจ พลางยกหลังมือขึ้นเช็ดเหงื่อเย็นเยียบบนหน้าผากตัวเอง พยายามรวบรวมสติ แต่เสียงที่ถามออกไปยังคงสั่นจนแทบไม่เป็นคำ สายตาเหม่อลอยจับอยู่บนร่างอันไร้ชีวิตของอเล็กซิส

‘…ใครทำ?…’

…คำถามของตัวเองยังก้องอยู่ในหู…

…ทำไมต้องเป็นตอนนี้…?

…ฉันน่ะ… ยังไม่เคยพูด ‘ขอบคุณ’ เขาเลยสักครั้ง…

…ยังไม่เคย… มีโอกาสได้บอกเจ้าตัวเลยว่า…

…ที่ผ่านมา… อ้อมกอดของเขามันอบอุ่นเพียงใด…

ขอบตาร้อนผ่าว แต่กลับเหือดแห้ง… ริมฝีปากเม้มแน่นกลืนก้อนจุกในลำคอลงไปอย่างยากเย็น

…แค่นี้เองสินะ… ชีวิตคนๆหนึ่ง…

…ดับสลายลงไปอย่างง่ายดาย… คราวจะจากไปก็ไม่มีพิธีรีตอง… ไม่มีคำอำลาใดๆ… หลงเหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยวในความทรงจำของผู้คน และไม่ช้าก็ถูกลืมทิ้งไปราวกับผงฝุ่นมากมายบนพื้นถนน…

…ฉันเองก็… จะต้องตายไปในสภาพแบบนี้ไม่ต่างกันสินะ…

…หนึ่งชีวิตเล็กๆที่นี่… ที่…ชิคาโก้…

…………………………………………………………………………………………

Advertisements

2 thoughts on “[GOC] Fiction 02 : RIP Alexis Shelton By Shayne Brenig

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s