[Fic] · [Side Story] · [TOB] · [Uriel]

[TOB] Side Story 05 : ณ ลานประลอง

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

55defd_e18493fefb2549d59fc21ab21dc193a1

Thief of Baramos
[Fan commu]

55defd_4f0b4151338f4b87a35ef40836d944c0

The Philosopher Citadel

…………………………………………………………………………………

Side Story 05 : ณ ลานประลอง

…………………………………………………………………………………

หลังได้รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบสองของวิชาศาสตราวุธและเวทมนตร์ครบทั้ง 8 คนแล้ว กระดานเกมขนาดใหญ่ตรงกลางโคลอสเซี่ยมของโรงเรียนพระราชาแห่งเอดินเบิร์ก ก็ถูกปรับให้เป็นเวทีประลองแบบตัวต่อตัว สำหรับการแข่งขันรอบที่สองภายในเวลาไม่นานนัก

ภาพเบื้องหน้าดูแปลกตาไปทันที เมื่อผมถูกขานชื่อให้ขึ้นไปยืนบนนั้นท่ามกลางเสียงโห่ร้อง และตะโกนเชียร์จากฝูงชนซึ่งรายล้อมอยู่เบื้องล่าง บรรยากาศโดยรอบช่างชวนให้เลือดในกายผมคึกคักและรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ติดอยู่ก็แค่คู่ต่อสู้ที่ยืนทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาตรงหน้าผมนี่ล่ะ เพราะเขาคือ…

…อิไซอาห์ ซิลเวอร์…

…พี่ชายของผมเอง…

.

.

ที่ผ่านมาถึงผมจะเคยซ้อมดาบกับไซ แต่มันก็เป็นเพียงการฝึกฝนร่างกายและฝึกจับจังหวะการใช้ดาบเท่านั้น มันไม่ใกล้เคียงกับการประลอง ที่ต้องต่อสู้กันโดยมีเจตนาให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหรือเพลี่ยงพล้ำแต่อย่างใด เพราะงั้นผมถึงไม่เคยคิดอยากประลองกับไซเลยไม่ว่าจะเวทีไหน แม้แต่เวทีประลองชิงตำแหน่งพระราชาของซาเรสก็ตาม

…ผมไม่ต้องการเป็นพระราชา…

…ถ้าการเป็นพระราชาหมายถึง…ผมจะไม่สามารถปกป้องคนสำคัญของผมได้ล่ะก็…

.

.

“ว่าไงอูริเอล อยากให้ฉันเป็นฝ่ายเริ่มก่อนไหม”

เจ้าพี่ชายตัวดีของผมเอ่ยท้าทายยิ้มๆ แต่กลับเป็นผมที่ต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ สองมือขยับกระชับดาบคู่ใจของตนมั่นในท่าเตรียมพร้อม แต่ช่างต่างกับภายในหัวผมซึ่งไม่มีกะใจจะประลองเอาซะเลย

ผมไม่ได้คิดจะหมิ่นฝีมือของอีกฝ่ายด้วยการต่อสู้แบบซังกะตายหรอก เพียงแค่ผมไม่รู้ว่าควรจะจัดการยังไงกับความรู้สึกตัวเองตอนนี้ดีก็เท่านั้น รู้ทั้งรู้ว่าถ้าฝืนสู้ไปทั้งแบบนี้คงไม่พ้นโดนคนตรงหน้าโกรธเอาแน่ๆ แต่ผมเองก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก

“…อยากเริ่มก่อน…ก็เข้ามา…” ผมเอ่ยตอบเสียงเรียบ

ว่าไม่ทันจะขาดคำ หมอนั่นก็ทำหน้าตึงใส่ ไม่พูดไม่จา แต่พุ่งเข้าหาผมตามคำท้าทาย

ง้าวยาวในมืออิไซอาห์ถูกเงื้อสุดแขนแล้วเหวี่ยงเข้าใส่ ผมยกดาบในมือขึ้นรับตามสัญชาตญาณจากการฝึกฝนที่สั่งสมมา มากกว่าจะเป็นการคิดตอบโต้ได้ทันโดยสมองสั่งการ พอจะตวัดดาบตอบโต้ออกไปบ้าง ก็พลันชะงักเอากับใบหน้าของอีกคนที่เคลื่อนเข้ามาใกล้เอาดื้อๆ

…ให้ตายสิ!…ไม่มีสมาธิเลยโว้ยย!!.. อูริเอล!! กลับมา!!…

ผมกรีดร้องในใจ พยายามมีสมาธิกับการต่อสู้ตรงหน้า ขณะเดียวกันก็ต้องขยับตัวหลบวิถีง้าวของอีกฝ่ายที่วาดเข้าใส่ หากแต่ผมทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้น

ไซเองก็ดูหงุดหงิดไม่ใช่น้อยกับการเอาแต่หลบและรับการจู่โจม แต่ไม่ยอมตอบโต้กลับของผม

“ถ้านายไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ฉันจะบอกนายให้เอง…”

ในที่สุดอิไซอาห์ก็คล้ายจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ คล้ายจะหมดความอดทน และไม่ทันสิ้นประโยค ปลายด้ามง้าวก็ตวัดแรงฟาดเข้าที่ใบหน้าผมจนสะบัดหันไปตามแรง แม้เจ้าตัวจะไม่ถึงกับใช้น้ำหนักสุดแรง แต่นั่นก็พอจะเรียกเลือดสีสดตรงมุมปากของผมได้

ไซใช้คมง้าวงัดดาบใหญ่หยุดการเคลื่อนไหวของเราทั้งคู่ไว้ ก่อนขยับเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเสียงเบากะให้ได้ยินกันแค่สองคน

“อย่าให้ฉันโกรธเพราะนายไม่ยอมสู้นะ อูริ”

ผมหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าหันไปมองหน้าไซ รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นด้วยความอับอายอย่างบอกไม่ถูก จึงรีบกระชากเสียงตอบลอดไรฟันกลบเกลื่อน

“..รู้..แล้วน่า!..”

พูดจบผมก็ยกดาบดันกระแทกคมง้าวอีกคนให้ถอยห่างออกไป

…ไอ้เจ้าบ้าเอ๊ย!… คอยดูเถอะ! จบงานเมื่อไหร่ ฉันจะไปขอบคุณนายอย่างสาสมเลยเชียว ที่ช่วยเรียกสติฉันด้วยด้ามง้าวนั่นน่ะ! …

ผมรีบดีดตัวถอยไปตั้งหลักใหม่อีกครั้ง และทันทีที่เท้าแตะพื้นด้านหลัง ผมก็พุ่งตัวกลับเข้าหาไซอีกครั้ง แลบลิ้นเลียเลือดคาวปร่าที่มุมปากตน พร้อมกับยกแขนทั้งสองข้างเหวี่ยงดาบเข้ากลางลำตัวอิไซอาห์

แม้ตัวดาบของไวด์วอร์คาลิเบอร์จะค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักมาก หากเมื่อรู้จักใช้จังหวะ และควบคุมทิศทางการเหวี่ยงให้ดี มันก็กลายเป็นการทุ่นแรงได้มาก ซ้ำยังมีพลังทำลายล้างสูงกว่า เทียบกับอาวุธน้ำหนักเบาทั่วๆไป ยิ่งฝึกใช้จนชำนาญแล้ว กล้ามเนื้อแขนของผมก็แทบไม่รู้สึกถึงอุปสรรคในเรื่องน้ำหนักของมันอีกต่อไป

ด้วยพลังทำลายล้างของดาบใหญ่รวมกับแรงเหวี่ยงเกิดเป็นคลื่นลมแรงเข้าปะทะร่างอีกฝ่ายตั้งแต่คมดาบยังไปไม่ถึงตัวเป้าหมาย

อิไซอาห์กระโดดดีดตัวห่างตามแรงกระแทกของใบดาบกับคมง้าว รู้ตัวอีกทีแรงอัดจากดาบใหญ่ของผมก็ตามกระชั้นเข้าไปใกล้มากแล้ว ถึงคิดจะดีดตัวถอยหลบอีกครั้งก็คงไม่ทัน จังหวะที่เขาจะถีบตัวขึ้นเหนือพื้น แรงอัดก็กระแทกเข้ากลางลำตัวพอดี แม้จะโชคดีที่เขาถอยห่างพ้นระยะวงดาบออกไปบ้างแล้ว แต่การโจมตีนั่นก็คงทำเอาจุกไปเหมือนกัน เห็นจากที่เขาเซอยู่สองสามก้าว ก่อนจะเอาด้ามง้าวค้ำพื้นเพื่อหยุดแรงเฉื่อย

“ลงมือได้สักทีนะ…”

“อ่า…ขอโทษที เครื่องติดช้าไปหน่อย เกือบทำนายหมดสนุกเลยสินะ” ผมตอบพลางยิ้มกวนกลบเกลื่อน

พอได้ออกแรง…หัวของผมก็ค่อยกลับมาโล่งอีกครั้ง

ผมพุ่งเข้าหาอีกครั้ง มือควงตวัดดาบเข้าปะทะกับง้าวคู่ใจของอิไซอาห์ต่อทันที ไม่ปล่อยให้อีกคนได้ตั้งหลักนาน เพราะรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบทั้งช่วงยาวของอาวุธและทักษะการต่อสู้

ห่างกันไปหลายปีฝีมือของไซรุดหน้าขึ้นมาก จากที่ได้เห็นตอนซ้อมดาบด้วยกัน เพราะงั้นหากคิดจะต่อกรให้ได้ใกล้เคียงกับเขา ผมก็มีแต่ต้องสู้อย่างเต็มฝีมือเท่านั้น

.

.

…มาถึงจุดนี้แล้ว ยังจะต้องคิดอะไรอีกอูริเอล…

ผมย้ำบอกกับตัวเอง

…ในเมื่อตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นนักเรียนของโรงเรียนพระราชาแห่งนี้ นั่นหมายถึงผมเลือกที่จะยอมรับการขัดเกลาเพื่อเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ โดยปราศจากซึ่งความอ่อนแอและจุดอ่อนที่มีอยู่ไม่ใช่รึไง!!…

.

.

ดาบคู่ใจในมือถูกเหวี่ยงเข้าหาร่างของคนตรงหน้าอีกครั้งอย่างไม่ลังเล แต่อิไซอาห์ก็เบี่ยงตัวหลบไปได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง

บัดนี้ดาบใหญ่เป็นฝ่ายรุกไล่เข้าหาหนักหน่วง จนอีกฝ่ายเริ่มต้องล่าถอย แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น

เคร้งงงง!!

เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้อง เมื่อใบดาบในมือผมถูกวิถีการเหวี่ยงง้าวของไซจับกดให้เบนทิศลงต่ำแทบปักพื้นเวทีประลองอีกครั้ง เล่นเอาผมเกือบเสียหลัก ดีที่พลิกแพลงใช้ไหล่พุ่งชนเข้ากับไหล่อีกฝ่ายจนเกือบได้กลายเป็นการต่อสู้ระยะประชิด

อึ่ก!!

ด้ามง้าวในมือของไซถูกปัดเข้าถองใส่สีข้าง เล่นเอาผมเป็นฝ่ายจุกบ้าง อิไซอาห์ตวัดสายตามองผมเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ผมจะกระโดดผละออกห่างให้ต่างคนต่างได้ตั้งหลักกันใหม่อีกครั้ง

ผมและไซยืนพักหอบหายใจจนตัวโยน หันหน้าเผชิญกันท่ามกลางเสียงกองเชียร์ซึ่งยังคงร้องตะโกนกันไม่หยุด แต่ในหัวของผมกลับมีแต่ภาพเมื่อครู่ แม้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาที แต่มันก็เป็นภาพที่ชัดเจนในความทรงจำ

…ดวงตาสีม่วงของอิไซอาห์มีภาพของผมสะท้อนอยู่ในนั้น…

…บางที…นั่นคงเป็นความอ่อนแอ และจุดอ่อนของตัวเอง ที่ผมไม่เคยได้ตระหนักรู้…

…ในวินาทีที่ผมรู้ตัวว่าผมต้องการอะไร…

…คำถามที่ผมไม่สามารถตอบตัวเองได้ในตอนนั้นก็คือ…

…มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่…

.

.

………………………………………………..

TBC.

………………………………………………..

Author ‘s Note (By Sena) :

อา…ห่างหายไปนาน ในที่สุดก็เข็นๆฟิคตอนต่อของหมีติดพี่ชายออกมาได้อีกตอน แม้จะเป็นแค่ตอนสั้นๆที่ดูไม่จบดีอย่างที่วางพล็อตไว้ แต่ก็คิดว่าไม่ลากยาวเกินไปจะดีกว่า เพราะห่างหายไปนานสกิลการเขียนผูกเรื่องโยงความคิดเจ้าหมีไปมาก็พลอยตกๆลงด้วย คงต้องอาศัยเวลากว่าจะฟื้นๆ และเรียบเรียงความคิดของหมีและเหตุการณ์ต่างๆเข้าด้วยกันได้เนียนๆ ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นฉากตบตีกันแบบสั้นๆไปแทน 5555 ไว้จะปั่นตอนต่อไปตามออกมาทีหลังละกันน้า

ปล. จากที่ปล่อยออกมาแบบมึนๆ กลับมาอ่านดู สำนวนมีแข็งๆห้วนๆอยู่หลายจุด ก็เลยรีไรท์ใหม่นะคะ @01/07/2016 นะคะ ต้องขออภัยสำหรับคนที่อ่านไปก่อนหน้านี้ด้วย

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s