[Fic] · [OMGV] · [Setsuna] · [Side Story]

[OMGV] Side Story 01 : Dancing Butterfly

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

[Omegaverse ThCommu]

Characters : โฮริคาวะ เซ็ทสึนะ , วลาดิเมียร์ เฟโดรอฟ , ชาวเวอร์คุง (ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม)

Author’s Note : อันนี้เป็นการฟิคจากการนำบางส่วนของโรลในคอมมูธีม โอเมก้าเวิร์ส มาเรียบเรียงเป็นเนื้อหาโดยนอกเหนือจากประวัติของ เซ็ทสึนะแล้ว ก็ยังได้แรงบันดาลใจมาจาก คำโปรยของคาร์ Aiden Jernigan [เบต้า] ที่ว่า

“ถ้าเราเลือกเกิดไม่ได้ แล้วทำไมถึงต้องมีคนโดนดูถูก

หรือถูกยกย่องเพียงเพราะสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เลือก”

อันนี้ยกเครดิตให้นะคะ ส่วนแขกรับเชิญอีก 2 ท่าน ที่ทำให้เราจินตนาการจนเป็นเรื่องราวมาร้อยเรียงกันได้ คือ ชาวเวอร์คุง (ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม) กับ วลาดิเมียร์ เฟโดรอฟ [อัลฟ่า] เจ้าของร้านในพาร์ทสุดท้ายค่ะ ต้องขอขอบคุณมากๆเลยค่ะ ได้โรล ได้แต่งฟิค แม่แอบฟิน 5555

ในส่วนของคาร์ในมูของเรา คือ โฮริคาวะ เซ็ทสึนะ ลูกชายเจ้าพ่อ มีโอกาสจะเอาประวัติมาลงตามให้อีกทีน้า

…………………………………………………………………………………

Side Story 01 : Dancing Butterfly

…………………………………………………………………………………

ในเกมที่โอกาสชนะลางเลือนจนแทบเป็นได้แค่ความฝัน

เกมที่คุณไม่ใช่ผู้กำหนดกติกา หรือมีสิทธิ์เลือกใดๆ

เกมที่ทั้งกรรมการ ผู้เล่นคนอื่นๆ และคนดู

..ไม่มีใครอยู่ข้างคุณ..

คนทั้งโลก..ไม่มีใครอยู่ข้างคุณ

ไม่..แม้แต่ร่างกายของคุณเอง

.

.

..คุณจะฝืนเล่นมันได้นานแค่ไหน?..

.

.

“คิดบ้าอะไรของแกห๊ะ! โซ!”

เสียงตวาดของคุณปู่ดังลั่น จนแม้แต่บอดี้การ์ดซึ่งยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้องทำงานของพ่อยังอดสะดุ้งโหยงไม่ได้ แต่ฝ่ายถูกโวยอย่าง โฮริคาวะ โซ..พ่อของผม กลับไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือนใดๆแม้แต่นิด

“ใจคอแกจะปล่อยให้กิจการทั้งหมดของโฮริคาวะ ที่ปู่แกและฉันสร้างมา แหลกเละคามือไอ้โอเมก้านี่รึไง?!!”

คุณปู่ยกนิ้วขึ้นกราดชี้หน้าผมซึ่งเข้ามาหาพ่อที่ห้องนั้นอยู่ก่อนแล้วด้วยเหตุผลเดียวกัน

ผมรู้สึกหน้าชา และกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับ ร่างกายเหมือนถูกทิ่มแทงจนทะลุไปแล้ว

ไม่สิ.. ไม่ใช่นิ้วนั่นหรอก.. สิ่งที่ทิ่มแทงใจผม คือสิ่งที่ผมถูกตราหน้าไว้..ทั้งที่ไม่ใช่ความผิด และผมไม่ได้มีสิทธิ์เลือกเองสักหน่อย..

..ผมไม่ได้เลือก..ที่จะเกิดมาเป็น..

‘ โอเมก้า ’

“สายคนไหนเอาเรื่องไม่ถูกหูในที่ประชุมบอร์ด ไปทำให้คุณพ่ออารมณ์เสียอีกแล้วครับเนี่ย”

พ่อยังคงมีรอยยิ้มสบายๆ มองดูแล้วให้อารมณ์คล้ายภูเขาน้ำแข็งก้อนมหึมา ซึ่งไม่ระคายต่อเปลวไฟอันกระจ้อยจากแสงเทียน.. ยิ่งเป็นเทียนที่ไส้ของมันใกล้จะหมดลงด้วย..

มันนานมากแล้วที่คุณปู่ปลดระวางตนเองและถ่ายโอนอำนาจเบ็ดเสร็จมาที่คุณพ่อ ในฐานะ อัลฟ่า ซึ่งเป็นผู้นำรุ่นที่ 3 ของตระกูลโฮริคาวะ แม้จะให้ความเกรงใจคุณปู่อยู่มาก แต่มันก็ห่างไกลคำว่า ‘เชื่อฟัง’ จนผมคิดไม่ออกจริงๆ ว่าใครหน้าไหนจะมาทัดทานพ่อได้ ในเรื่องที่เจ้าตัวตัดสินใจลงไปแล้ว

“คุณพ่อไม่คิดว่ามันน่าสนุกเหรอครับ ที่จะได้เห็น ว่าเลือดของโฮริคาวะเข้มแข็งได้ขนาดไหน เวลาที่มันไหลเวียนอยู่ในตัวโอเมก้า…?”

พ่อตอบกลั้วขำปรายตามองมาทางผม ริมฝีปากได้รูปแสยะยิ้มร้ายอย่างยากจะคาดเดาความหมาย

..เชื่อเถอะ..คนอย่าง โฮริคาวะ โซ เป็นคนน่ากลัวชนิดที่คุณไม่อยากจะเป็นศัตรูด้วยแน่ๆ.. แม้แต่ในความคิดของอัลฟ่าด้วยกัน ต่อให้เป็นพ่อแท้ๆเลยด้วยซ้ำ

..ผมรู้..เพราะผมเห็นสีหน้าของปู่ในวันนั้น..

แม้จะไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย แต่ด้วยเหตุผลนั้น เครือธุรกิจอันยิ่งใหญ่ ภายใต้การบริหาร ของอัลฟ่ารุ่นต่อรุ่น มากว่า 3 ชั่วอายุคน ก็ถูกกำหนดให้เข้าสู่ช่วงถ่ายโอนมาอยู่ใต้ฝ่าเท้าของโอเมก้าอย่างผม..

..โฮริคาวะ เซ็ทสึนะ..

.

.

ว่าที่ผู้นำรุ่นที่ 4

………………………………………………

Sex ครั้งแรก

โจน่า สเวน ..เป็นชื่อของบอดี้การ์ดเบต้าที่อ่อนแอที่สุด เท่าที่ผมเคยรู้จัก..

..อ่อนแอจนน่าขำ..

ทั้งที่ไม่ว่าจะด้วยแรงกาย หรือฟีโรโมนของโอเมก้าในช่วงฮีทซึ่งฟุ้งกระจายไปทั่วห้องพักของผม ไม่สามารถมีอำนาจเหนือเขาได้แท้ๆ แต่หมอนั่นดันแพ้ให้กับสิ่งพื้นๆธรรมดาๆทั่วไป ซึ่งจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไหนกันแน่..ระหว่าง.. ‘น้ำตา’..กับ.. ‘เสียงร้องอ้อนวอน’

ครั้งแรก.. ผมรับรู้ได้เพียงร่างกายร้อนผ่าวที่บดเบียดเข้าหากันอย่างโหยหา… ราวกับนักเดินทางกลางทะเลทราย ที่ได้สัมผัสความหมายแท้จริงของคำว่า ‘กระหายอยาก’ ก็เมื่อได้รับน้ำหยดแรกสัมผัสริมฝีปาก

ความต้องการซึ่งถูกกดกักสั่งสมมาเนิ่นนาน กลายเป็นเหมือนยาพิษที่เผาผลาญทุกอย่าง ความทรมานอันเกินกว่าร่างกาย และสติอันเลือนรางจะต้านทานไหว ยิ่งลิ้มรสตักตวงยิ่งรู้สึกขาดแคลนจนร่างกายแห้งผาก สมองพร่าเลือนไม่รับรู้วันเวลาที่ไหลผ่านไป

ตอนที่สติอันน้อยนิดกำลังจะดับวูบลง… ดวงตาเหม่อลอยของผมดันไปสะดุดเข้ากับวัตถุอิเลคทรอนิกส์สีดำขนาดเล็ก ซึ่งถูกติดไว้กับดวงโคมบนเพดานเหนือเตียง

ไหล่ของผมสั่นไหวแม้จะพยายามห้ามเสียง แต่ก็ไม่วายปลุกคนข้างกายจนได้ โจน่าปรือตามามอง แล้วรั้งตัวผมไปกกกอดแน่นๆอีกครั้ง ทั้งที่เขาเองก็ยังงัวเงียและดูเหนื่อยล้า

ต่อให้ไม่มีปลอกคอ โอเมก้าอย่างผมก็ยังคงถูกกระทำไม่แตกต่างไปจากสัตว์เลี้ยงอยู่ดี

..นั่นเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ผมมีความคิดอยากยอมแพ้..

ยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ถูกกำหนด ให้ต้องเล่นไปตามบท ปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามท่วงทำนองที่เราไม่ได้นึกสนุกไปกับมัน

………………………………………………

ปลอกคออันเกือบแรก

..มันเป็นปลอกคอหนังคุณภาพดี สีเนื้ออ่อนๆ ดูแล้วน่าจะกลมกลืนไปกับผิวลำคอขาวของผมเป็นอย่างดี..

แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อถึงจะพรางตาหลอกใครต่อใครได้ แต่มันไม่ช่วยให้ผมหลอกตัวเองได้อยู่ดี..

สายตากร้าวของผมมองของในมือพ่อ ก่อนจะเลื่อนไปมองสบตาผู้ถือ

“ผมไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของพ่อ…

“ถ้างั้นก็อย่าทำตัวให้เหมือน”

เสียงไว้อำนาจตอบสวนกลับแทบจะทันที

ใบหน้าของผมขึ้นสีฝาดและร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อนึกไปถึงเรื่องคืนนั้น ผมรู้ดีว่าพ่อหมายถึงอะไร ภาพแววตาที่เจ็บปวดของผม คงถูกส่งไปปรากฏอยู่บนจอภาพในห้องใดห้องหนึ่งในคฤหาสน์แห่งนี้ และบางที..คนที่นั่งมองจอภาพอยู่อีกฟากคงเป็นพ่อ..

“เคยคิดไหมว่าถ้าแกถูกไอ้ลูกหมาอัลฟ่าสักตัวคิดใช้ประโยชน์ เพื่อหวังจะเข้ามาในตระกูล มันจะเป็นยังไง? ฉันขอบอกแกเอาไว้ตรงนี้เลยนะเซ็ทสึนะ อย่าผยองให้มากนักว่าฉันรักและเอ็นดูแก.. เมื่อไหร่ที่แกถูกมาร์คคอมา ทั้งแกและไอ้อัลฟ่าหน้าโง่นั่น จะไม่ได้แตะแม้แต่เศษเงินจากความเวทนาของคนตระกูลโฮริคาวะ แกเองก็รู้แก่ใจดี”

..ใช่..ผมรู้.. ผมรู้จักพ่อดี..

“ใส่ซะ!!”

ปลอกคอหนังในมือพ่อถูกโยนลงบนพื้นเบื้องหน้าผม

“มีเรื่องจะพูดกับผมแค่นี้ใช่ไหมครับ?”

“……..”

“..ถ้าหมดธุระแล้ว ผมขอตัว”

ภายใต้หน้ากากเฉยชามีใบหน้าที่ผมไม่อยากให้ใครได้เห็น.. ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งที่คนภายนอกมักเรียกกัน มันไม่ใช่สิ่งที่ได้มาจากความบังเอิญแต่อย่างใด ผมหมุนปลายเท้าหันหลังกลับ และเดินไปทางประตู ตามด้วยเสียงโครมดังสนั่นเมื่อเก้าอี้ตัวข้างประตูถูกผมเตะเต็มแรงจนงอพับ

..มันไม่ใช่ความผิดผม..เหมือนกับเรื่องอื่นๆ..

..เก้าอี้ตัวนั้นมันดันอยู่ผิดที่เอง..

.

.

..และมันก็ไม่ใช่ความผิดของพ่อ..จะโทษใครได้ ในเมื่อ..

..ผมดันอยู่ผิดที่เอง..

มือคว้าลูกบิดประตูได้ก็กระชากเปิด และเหวี่ยงปิดตามหลังเต็มแรงจนดังโครมอีกครั้ง ผมพยายามก้าวเท้ายาวและเร็วที่สุด เพื่อไปให้ไกลจากที่นั่น ข้อเท้าชาจนไม่รับรู้ความเจ็บ

เมื่อในหัวเย็นลงนั่นล่ะ ผมถึงรู้ว่าผมเดินมาไกลมาก ไกลจนไม่แน่ใจว่าข้อเท้าที่เริ่มบวมของผมจะพาตัวเองกลับไปห้องไหวไหม

บ้าชิบ!

ผมหยุดยืนหอบหายใจมองเหม่อไปเบื้องหน้า..ในที่สุดผมก็ฉลาดขึ้นเสียที ผมรู้แล้วว่า..ไม่ว่าจะก้าวยาวเท่าไหร่ ผมก็ไม่มีวันหนีพ้น..เพราะสิ่งที่ผมพยายามหนีนั้น.. มันอยู่ภายในตัวผมเอง..

………………………………………………

..ผมฝัน..

..ในความฝันซ้ำๆ.. ผมมักเห็นพ่อกำลังยืนมองภาพของผมกับโจน่าจากจอมอนิเตอร์ของระบบกล้องวงจรปิด

“หมอนั่นใคร?”

เสียงถามเรียบนิ่ง แต่ไว้อำนาจสมกับเป็นพ่อ

“โจน่า สเวน ครับ”

“ให้ออกซะ.. และฉันไม่ต้องการเห็นหน้ามันอีก”

ชายคนที่ตอบคำถามเมื่อครู่โค้งรับคำสั่ง แล้วหายออกไปจากห้อง

มันเป็นภาพความฝันที่เหมือนจริงจนเกินไป.. จนบางทีผมคิดว่าผมคงพยายามบอกตัวเองให้เชื่อแบบนั้น.. เอาเข้าจริงผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วโจน่าหายไปไหน

จนถึงตอนนี้ มันก็หลายปีมากแล้วที่ผมไม่เคยได้เห็นหรือได้ยินเรื่องของเขาอีกเลย ตั้งแต่วันที่ได้อยู่ด้วยกันจนลืมวันลืมคืน ครั้งนั้นผมหลับเป็นตายไม่ได้สติอยู่หลายวัน เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาก็ไม่อยู่แล้ว ไม่อยู่ที่ไหนเลย ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้..

และนั่นทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องสำคัญเพิ่มขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง

..สิ่งมีชีวิตอย่างผม ไม่ได้เกิดมาเพื่อมีความรัก หรือผูกพันกับใคร..

ไม่ใช่เพียงเพราะผมเป็นโอเมก้า..

..แต่เพราะผมเป็นโอเมก้า ที่ชื่อ..โฮริคาวะ เซ็ทสึนะ..

.

.

………………………………………………

Remind

ห้องสตูดิโอชั้นบนสุดของคอนโดมิเนี่ยมระดับไฮคลาส เป็นที่ลี้ภัยของผมในยามที่ต้องการความเป็นส่วนตัว คงเพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่ผมรู้สึกผ่อนคลายตัวเองลงได้บ้าง และไม่รู้สึกว่าโดนใครจับตามองอยู่

งานยุ่งๆในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ผมแทบชัตดาวน์ตัวเอง คงเพราะแบบนี้ หลังจากได้แช่น้ำอุ่นๆ ผมก็รู้สึกผ่อนคลายจนเผลอวูบหลับไปตรงโซฟาโดยไม่รู้ตัว

ผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนเข้ามาใกล้ เงาร่างทาบทับลงมา บดบังแสงสลัวจากดวงโคมด้านหลังเปลือกตา พาให้ผมลืมตาขึ้นดู

ภาพดวงตาคู่หนึ่งบนใบหน้าที่เคลื่อนมาใกล้เป็นของใครคนหนึ่งซึ่งกำลังมองตอบกลับมา..

..โจน่า?..

..ไม่สิ…..ไม่ใช่เขา.. ไม่มีทางเป็นเขา..

ผมคิดว่าตัวเองลืมเรื่องของโจน่าไปหมดแล้วด้วยซ้ำ พร้อมๆกับใบหน้าของเขาซึ่งเลือนรางเต็มทีในความทรงจำ บอกตามตรงนอกจากชื่อของเขา และรสสัมผัสจางๆที่หลงเหลือในความรู้สึก ผมก็แทบไม่เหลือเวลาให้หวลนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นอีกเลย นี่มันก็นานหลายปีมากแล้วที่ผมไม่เคยได้ข่าวคราวของเขา..

เพราะงั้นผมถึงอดแปลกใจไม่ได้ ที่จู่ๆชื่อของโจน่าก็หลุดเข้ามาในความคิด อาจเพราะ..เมื่อครู่ผมกลับมาฝันถึงเรื่องนั้นล่ะมั้ง..

ผมต้องใช้เวลาพักใหญ่เลยกว่าจะเรียกสติตัวเองกลับมาจากความฝันอันยาวนานนั่น

ผมลอบมองใบหน้าคมคายแต่ดูอ่อนโยนของคนตรงหน้า.. คนๆนี้ให้ความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายคลึงจนบางทีผมก็อดจินตนาการไม่ได้ว่าใบหน้าของโจน่าจะคล้ายเขาบ้างไหม..

..แล้วร่างกายล่ะ?..

.

.

สายน้ำอุ่นจากฝักบัวซึ่งโปรยปรายลงมากระทบร่างจนเปียกชุ่ม เรียกภาพความทรงจำอันพร่ามัวให้หลั่งไหลกลับมา และตอนนี้ราวกับมีใครบางคนมาช่วยเช็ดฝ้าหยดน้ำออกให้ จนภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นกลับชัดเจนขึ้นในหัวอีกครั้ง..

“..ถ้า..ถ้าชั้นไปไกลกว่านี้..นาย..จะหายไปไหม?”

ผมหลุดปากถามอีกคนเสียงสั่นพร่า

คนตรงหน้าลืมตาขึ้น สบมองตอบด้วยแววตาจริงจัง

“อยากฟังคำตอบแบบไหนละครับ?”

ใบหน้าร้อนผ่าวจนค่อนข้างแน่ใจว่ามันคงขึ้นสีฝาดชัดเจน จนนึกอยากซุกหลบจากสายตาของอีกฝ่าย

บ้าจริง! ไม่ใช่ตอนนี้!

ผมถามตัวเองย้ำๆ ว่าความรู้สึกที่กำลังถาโถมเข้ามานี่ มันคืออะไร ในเมื่อกำหนดช่วงฮีทของผมน่าจะมาอย่างเร็วก็กลางสัปดาห์หน้าแท้ๆ

“..ใจคอจะต้องให้ชั้นพูดจนหมดรึไงนะ..?”

ผมเอ่ยตัดพ้อเสียงแผ่วเบา พลางเบียดร่างเข้าหากายอุ่นเปลือยเปล่าเบื้องหน้า

“ไม่ใช่”

คนตอบเสียงเข้มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ถอยออกห่าง

“เพราะคำตอบตามจริงมันอาจทำให้นายรู้สึกแย่”

“………….”

ผมไม่ได้ตอบอะไร หายใจสะดุดไปห้วงใหญ่ ก่อนจะลอบระบายลมหายใจออกเบาๆ ไม่อยากให้อีกคนรับรู้ได้ถึงความอ่อนแอและสิ้นหวังนี้

“..ถ้างั้นก็ไม่ต้องตอบ..แค่คืนนี้..ทำได้ใช่ไหม?”

.

.

………………………………………………

Butterfly

“สนใจสักลายไหมครับคุณชาย?”

เสียงของวลาดิเมียร์ เฟโดรอฟ เด็กหนุ่มอัลฟ่าเจ้าของธุรกิจร้านสักและผับภายใต้ร่มเงาของตระกูลโฮริคาวะเอ่ยทักมาอย่างเป็นมิตรสุดๆ เรียกให้ผมหันกลับไปมอง

“ใครสักล่ะ ช่างคนอื่นหรือว่านาย?”

“ถ้าไม่ใช่ลายยากๆละเอียดๆ ผมก็สักได้อยู่นะ”

คนพูดเดินไปเคาะกรอบรูปซึ่งวางโชว์รูปรอยสักมังกรแบบรายละเอียดจัดเต็มสุดๆ แล้วส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่าประมาณนี้น่ะไม่ไหว

“……..”

ผมรู้สึกอึกอักชอบกล แต่ก็ชี้นิ้วไปที่ลายสักรูปผีเสื้อที่กำลังยืนดูอยู่เมื่อครู่ ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาเบาๆ

“..อยากได้แค่เจ้านี่ตัวเล็กๆพอ..”

“งั้นผมจะไปเตรียมของแล้วกัน.. คุณชายก็นั่งเตรียมใจไปนะครับ”

วลาดยังคงเอ่ยหยอกผมอย่างคะนองปาก ขณะขยับมือพับแขนเสื้อขึ้นไปเหนือศอก ท่าทางอย่างคนเป็นงาน

“ว่าแต่.. คุณพ่อจะไม่ว่าอะไรเหรอ?”

คำถามนั่นเรียกให้ผมหันควับไปมองทันที

“ถ้าตัดสินใจเรื่องตัวเองแค่นี้ไม่ได้ เรื่องธุรกิจของตระกูลโฮริคาวะในอนาคต จะพึ่งการตัดสินใจของชั้นได้เหรอ? ระวังปากหน่อยสิ วลาดิเมียร์ เฟโดรอฟ”

ผมจ้องตาอีกคนตอบอย่างเอาจริง อีกฝ่ายพลันหลบตาวูบ รอยยิ้มบนใบหน้าเขาเจื่อนลงเล็กน้อย

“ขอโทษครับคุณชาย..ผมยังชอบตัดสินอะไรจากที่เห็นอยู่..แต่ผมจะระวังปากเอาไว้หน่อยแล้วกันนะครับ”

หมอนั่นตอบเสียงดังฟังชัด พร้อมยิ้มตาปิดให้ก่อนจะแยกไปเตรียมเครื่องมือ

..อัลฟ่าก็ยังคงเป็นอัลฟ่า..

ใช่สิ..ตัดสินอะไรจากที่เห็น..ไม่ว่าใครก็ทำแบบนั้น.. ผมเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้.. ถ้าไม่ใช่เพราะความเกรงใจตระกูลโฮริคาวะที่คุ้มกะลาหัวอยู่ อัลฟ่าอย่าง วลาดิเมียร์ เฟโดรอฟ คงไม่ยอมให้โอเมก้าอย่างผมมาเดินกร่างเหยียบหัวอยู่ในร้านเขาได้ขนาดนี้

..และนั่นคือเหตุผล.. ที่ผมชอบแวะมาหาเรื่องให้หมอนี่รำคาญใจอยู่เนืองๆ..

ผมยิ้มอ่อนมองตามหลังอีกฝ่ายไป ก่อนจะก้มลงมองดูลายสักผีเสื้อที่เลือกสักบนบ่าด้านหลังตนอีกครั้ง..

..เพียงแค่ลมแรงๆ หรือนิ้วมือของใครสักคนที่จงใจบดขยี้

ปีกเปราะบางนั่นก็พร้อมจะฉีกขาดแหลกสลายแล้ว..

..อิสรภาพของผมก็เปราะบางแบบนั้น ไม่ต่างกัน..

..แต่ตราบเท่าที่ยังมีเวลา เท่าที่ยังได้หายใจในชีวิตที่ผมเลือกเอง ผมจะไม่แพ้..

เท่าที่ยังมีแรง เท่าที่เวลาของเกมเกมนี้ยังไม่หมดลง ผมจะไม่แพ้..

..ผมจะพิสูจน์เอง..

ว่าผมเป็นได้มากกว่าที่โครโมโซมในพันธุกรรมของผม ประกาศคุณค่าของตัวผมต่อโลกใบนี้

และผมเองก็กำลังรอดูอย่างตื่นเต้นเช่นกัน

ว่าปีกอันเปราะบางด้านหลังของผม จะพาตัวผมบินขึ้นไปสูงสุดได้ไกลแค่ไหน..

.

.

.

=TBC.=

Advertisements

One thought on “[OMGV] Side Story 01 : Dancing Butterfly

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s