[EHW] · [Event] · [FanArt] · [Fic] · [Keleb] · [Side Story]

[EHW] HW-01 /2016 : Pet

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

EHW_logoSlytherin_logo
Hogwarts houses : Slytherin

**********************************************

[EHW] โจทย์ที่ 1 ของปีการศึกษา 2016 : หัวข้อ — สัตว์เลี้ยง

By : Keleb  Kyler  Bonneville (ปี 3)

Word count : แบ่งเป็น 2 ตอน รวม ประมาณ 2,752 คำ (แบ่งตอนเพื่อให้สตอรี่มันจบลงตัวในแต่ละตอนค่ะ)

Edit : เพิ่มเติม Part.2 @ 29/9/2016

cat-01

Mr. Tigger Bonneville

**********************************************

Part.1 : Mr.Tigger

**********************************************

มันเป็นเช้าวันอากาศแจ่มใสช่วงต้นฤดูร้อน ในตอนที่เคเลบเห็นนกฮูกสีขาวราวหิมะตัวใหญ่ จนดูคล้ายก้อนเมฆขนาดย่อมบินตัดท้องฟ้าสีฟ้าสดเหนือเรือนกระจกของแม่ผ่านทางหน้าต่างห้องนอน

เขาแทบจะกระโดดลงบันไดทีละสองขั้นอยู่แล้ว ตอนที่ได้ยินเสียงมันกระพือปีกขณะบินโฉบลงมาที่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์เก่าแก่หลังงามของตระกูลบอนเนอวิลล์ และหย่อนซองจดหมายหลายซองลงบนพรมสีเขียวสดและนุ่มเหมือนหญ้าอ่อนๆ (แน่นอนว่าเป็นพรมที่มีเฉพาะในโลกเวทมนตร์)

หนึ่งในนั้นเป็นซองจดหมายที่ทำจากกระดาษแข็งสีออกเหลือง หนาและหนัก ซึ่งมีตราประทับด้วยครั่งสีม่วงเข้มเป็นตราอาร์มอันมีรูปสิงโต นกอินทรี ตัวแบดเจอร์ และงูเรียงอยู่รายรอบอักษร ‘H’ ขนาดใหญ่

บนซองจ่าหน้า…

ถึง คุณเคเลบ ไคเลอร์ บอนเนอวิลล์

ห้องนอนชั้น 3 คฤหาสน์ตระกูลบอนเนอวิลล์

วินเซอร์

มันเป็นจดหมายที่ทุกคนในครอบครัวบอนเนอวิลล์เฝ้ารอคอยมาตลอดตั้งแต่เริ่มย่างเข้าหน้าร้อน

…จดหมายเชิญจากโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ ให้เคเลบเข้ารับการศึกษาชั้นปีที่1 ในปีการศึกษาที่จะมาถึงนี้…

…ถ้าคุณไม่เคยรู้จักหน้าตาของ ‘ความสุข’คุณน่าจะได้เห็นสีหน้าและแววตาอันตื่นเต้นและมีความสุขของเคเลบ ในตอนที่เขาเห็นซองจดหมายฉบับนี้…

………………………………………..

ตรอกไดแอกอนเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านในช่วงเวลานี้ของทุกปี เหมือนที่นายไคลล์ บอนเนอวิลล์ บอกลูกชายของตนไว้เปี๊ยบ

ปกติเคเลบไม่ค่อยชอบอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่แออัดเป็นตลาดสดแบบนี้ แต่วันนี้ความตื่นเต้นที่จะได้เลือกซื้อของใหม่ๆสำหรับเปิดเทอมทำเอาเคเลบอารมณ์ดีเกินกว่าจะหงุดหงิดกับการโดนชนโดยแม่มดอ้วนในร้านเสื้อคลุม หรือการโดนเหยียบเท้าอีกไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งในตอนที่เขาพยายามเบียดแทรกตัวเข้าไปแย่งหยิบหนังสือ ‘สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่’ ซึ่งอยู่ในรายการตำราเรียนของนักเรียนปีที่ 1 จากชั้นวางหนังสือในร้านตัวบรรจงและหยดหมึก

หลังจากได้ของหลักๆครบตามรายการแล้ว นายไคลล์ ก็พาลูกชายเดินตรงไปยังร้านขายสัตว์เลี้ยง

ที่ผ่านมาเคเลบเคยขอให้พ่อซื้อสัตว์เลี้ยงให้เขาอยู่หลายครั้งหลายหน แต่ทั้งนายและนางบอนเนอวิลล์มองว่าเขายังเด็กเกินกว่าจะรับผิดชอบดูแลชีวิตอีกชีวิตหนึ่งได้ ทั้งสองจึงไม่ได้ตามใจลูกชายคนเดียวของตนเหมือนเวลาที่เคเลบขอให้เขาซื้อหนังสือหรือของเล่นอื่นๆให้

ปีนี้จึงเป็นปีแรกที่เคเลบ ได้รับอนุญาตให้เลือกซื้อสัตว์เลี้ยงได้ 1 ตัวเพื่อจะนำไปที่ฮอกวอตส์ด้วย

เคเลบตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้มานานมาก เขาฝันอยากได้นกฮูกสักตัวมานานแล้ว ทันทีที่พวกเขาเข้าไปใกล้ร้านนกฮูกอีลอปส์ เคเลบก็วิ่งนำพ่อของเขาเข้าไปในร้าน

ในร้านมีกรงนกฮูกมากมายละลานตา มีทั้งที่แขวนไว้และกรงที่ใหญ่หน่อยก็ถูกวางตั้งไว้บนพื้น เด็กชายสอดส่ายสายตาไปตามกรงทีละกรงเพื่อเลือกตัวที่ถูกใจ จนไปหยุดอยู่ที่ลูกนกฮูกหิมะตัวเล็กที่นั่งหลับคอพับอยู่ในกรงที่แขวนอยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์จ่ายเงิน

เด็กชายเขย่งตัวขึ้นมองดูว่าที่คู่หูที่จะได้ไปฮอกวอตส์พร้อมเขา และเอ่ยปากถามราคาทันที

ชายเจ้าของร้านซึ่งกำลังนั่งยองๆหันหลังง่วนทำอะไรบางอย่างอยู่หลังเคาน์เตอร์หันมามองนกฮูกตัวนั้นแล้วยิ้มก่อนจะบอกราคา

เมื่อเจ้าของร้านลุกขึ้นยืน และเดินกลับมาประจำที่หลังเคาน์เตอร์ สายตาของเคเลบถึงค่อยเหลือบไปเห็นสิ่งที่คุณเจ้าของร้านเพิ่งวุ่นวายอยู่ด้วยเมื่อครู่ มันคือสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆขนสีเทาปนขาวที่นอนนิ่งอยู่ในกล่องกระดาษที่ถูกบุรองด้วยผ้านุ่มหนาบนพื้นด้านหลัง ท่าทางดูอิดโรยชอบกล

“ลูกแมวเหรอครับ?” เคเลบเอ่ยถาม ขณะที่ตาสีฟ้าอมเทาของเขายังคงจับจ้องดวงตาสีฟ้าใสแจ๋วของเจ้าลูกแมวน้อยในกล่องไม่วางตา

“ใช่แล้ว เพื่อนของฉันที่เป็นมักเกิ้ลบอร์นเก็บได้จากกลางถนนมอเตอร์เวย์เลยนะ เห็นบอกว่ามันหวิดจะโดนรถยนต์ของพวกมักเกิ้ลขับทับอยู่แล้ว สงสัยว่าจะหล่นลงมาจากรถคันใดคันหนึ่งล่ะมั้ง นี่ถ้าเพื่อนฉันเข้าไปช่วยมันไม่ทันล่ะก็ป่านนี้คง…”

เล่าๆไปชายเจ้าของร้านคงเพิ่งนึกได้ ว่าคนฟังเบื้องหน้าเขายังเป็นแค่เด็กชายตัวน้อยอายุราว 11-12 ปีเท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะเข้าใจที่ตนเล่าแค่ไหน แล้วเรื่องที่เล่าไปจะฟังดูสยองเกินไปไหม เขาเลยชะงักไปแล้วตัดบท

“เอาเป็นว่า…พูดง่ายๆเจ้าเหมียวนั่นไม่มีแม่น่ะนะ แล้วก็ยังเล็กมากด้วยสิ” ลุงเจ้าของร้านหันกลับไปมองลูกแมวตัวจ้อยอย่างกังวล “ถ้าวันสองวันนี้มันยังไม่ยอมกินนม ดูท่าจะไม่รอดเอา” คิดแล้วเขาก็เผลอถอนหายใจออกมา ด้วยสัญชาตญาณคนรักสัตว์ เป็นไปได้ก็อยากภาวนาให้มันรอดเสียจริงๆ

“ราคาเท่าไหร่ครับ?”

เสียงเอ่ยถามของเด็กชายดึงลุงเจ้าของร้านกลับมาจากภวังค์ทันที

“อ้ะ! ขอโทษที 2 เกลเลียนกับ 7 ซิกเกิ้ล ไม่แพงเลยสำหรับนกฮูกหิมะที่สวยงามขนาดนี้น่ะนะ” เจ้าของร้านบอกราคาซ้ำอีกครั้ง

“เปล่าครับ” เด็กชายส่ายหน้า “ผมหมายถึงลูกแมวตัวนั้นน่ะครับ” เคเลบชี้มือไปที่ลูกแมวในกล่องด้านหลัง

เจ้าของร้านหันกลับไปมองตามมืออย่างแปลกใจ ก่อนจะส่ายหน้าและถอนหายใจยาว เขาโน้มตัวลงเหนือเคาน์เตอร์เพื่อคุยกับเด็กชายให้ใกล้ขึ้น

“คุณหนู…ฉันขายลูกแมวตัวนี้ให้ไม่ได้หรอกนะ มันยังเล็กมาก แล้วก็กำลังอ่อนแอมากเลยด้วย เพราะไม่ยอมกินอะไรมาหลายวันแล้ว ถ้า…”

“ผมจะดูและเขาอย่างดีครับ ถ้าเขาไม่มีใคร… เขาจะมีผมครับ ผมทำได้ครับ เชื่อเถอะ”

เคเลบรีบตอบอย่างมุ่งมั่นจนชายเจ้าของร้านเริ่มลังเล ทั้งเขาและเพื่อนต่างก็ไม่มีเวลาจะมาดูแลลูกแมวตัวเดียวได้ทั้งวัน เพราะมีภาระอื่นๆและร้านที่ต้องดูแล แต่คนตรงหน้าก็ดูไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก

ระหว่างกำลังตัดสินใจนายไคลล์ ก็เดินตามเข้ามาที่เคาน์เตอร์อีกคน

“จะเอาลูกแมวนั่นจริงเหรอ เคเลบ?”

“ครับ” เด็กชายพยักหน้าอย่างแน่วแน่

“รู้ใช่ไหม…ว่าถ้าลูกดูแลมันไม่ดีแล้วมันตาย พ่อจะไม่ซื้อสัตว์เลี้ยงตัวอื่นทดแทนให้เอาไปฮอกวอตส์นะ?”

“ครับ” เคเลบพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง เขามองพ่อ ก่อนจะหันไปหาเจ้าของร้านด้วยสายตาวิงวอน

“โฮ่! นักเรียนฮอกวอตส์สินะครับ” เจ้าของร้านอุทาน แล้วมองสบคาคนพ่อทีคนลูกทีอย่างชั่งใจ “เฮ้ออ… ลองดูก็ได้ครับ บางทีอาจเป็นโชคชะตา” เขายิ้มน้อยๆมองเด็กชาย ก่อนจะหันกลับไปยกกล่องลูกแมวมายื่นให้ “รับไปเถอะครับ ผมคิดราคาพวกคุณไม่ได้หรอก ถ้ายังไงขอให้โชคดีนะครับ คุณหนูเคเลบ”

ลูกแมวน้อยพันธุ์สก็อตติชโฟลด์สีเทาปนขาวลายทางคล้ายเสือในกล่องร้องเมี๊ยวแผ่วเบาเมื่อเด็กชายรับกล่องกระดาษมาอุ้มไว้อย่างทะนุถนอม มันสบตากับเด็กชายผู้เป็นเพื่อนและนายคนใหม่ของมันอย่างใสซื่อ

“…ฉันรู้ว่าอีกไม่นานนายจะต้องแข็งแรงแล้วก็คึกสุดๆไปเลย ใช่ไหมเจ้าเหมียว? ไม่สิ…” 

เคเลบหยุดไปนิดก่อนจะเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ขณะมองสบตากับเพื่อนใหม่

“ยินดีต้อนรับ มิสเตอร์ ทิกเกอร์ บอนเนอวิลล์…”

ไม่รู้ว่ามิสเตอร์ทิกเกอร์จะรู้ตัวไหม ว่าตั้งแต่วินาทีนั้น มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพ่อมดแม่มดที่เก่าแก่ครอบครัวหนึ่งในวินเซอร์ไปแล้ว

…จากนี้ไป…มันคือแมวของ เคเลบ ไคเลอร์ แห่งตระกูลบอนเนอวิลล์…

.

.

TBC.–

**********************************************

Part.2 : Ushanka

**********************************************

…ชีวิตเป็นสิ่งสูงค่า และเปราะบาง

ซึ่งไม่อาจซื้อหา และยื้อยุดได้ด้วยเงินตราใดๆ…

…โดยเฉพาะ…

ถ้าเจ้าของชีวิตนั้นปฏิเสธความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่…

นั่นเป็นสิ่งที่ เคเลบ ไคเลอร์ บอนเนอวิลล์ เรียนรู้ในตอนที่เขาอายุเพียง 11 ปีเท่านั้น

“ฉันรู้ว่านายหิว… แต่ทำไมถึงไม่ยอมกินอะไรเข้าไปบ้างล่ะ ทิกเกอร์”

เสียงถามตัดพ้อแผ่วเบาดังมาจากร่างของเด็กชาย ที่ทิ้งตัวนอนหงายแผ่หราอย่างหมดเรี่ยวแรง อยู่บนพื้นพรมของห้องว่างห้องหนึ่งของอพาร์ทเม้นท์หลังงามในย่านไนท์บริดจ์อันเป็นกรรมสิทธิ์ของตระกูลบอนเนอวิลล์ ซึ่งบัดนี้ถูกยกให้กับสมาชิกใหม่ของครอบครัว

คำถามคล้ายรำพึงรำพันกับตัวเองมากกว่าจะต้องการคำตอบ อาจเป็นเพราะรู้ดีว่าคนที่เขาถามไม่สามารถตอบอะไรเขาได้

บนพื้นข้างๆศีรษะของเด็กชายมีที่นอนสัตว์หนานุ่มและอบอุ่นอันใหม่วางอยู่ พร้อมทั้งก้อนปุกปุยสีเทาอ่อนแซมขาวที่มีชีวิต มันคือเจ้าลูกแมวพันธุ์สก็อตทิช โฟลด์ นัยย์ตาสีฟ้าบ้องแบ้วตัวหนึ่ง

ทิกเกอร์เป็นชื่อที่เคเลบตั้งให้ลูกแมวกำพร้าที่เขาเกิดถูกชะตา จนยอมไม่ซื้อนกฮูก และอ้อนให้พ่อของตนขอซื้อลูกแมวอาการร่อแร่มาจากเจ้าของร้านนกฮูกอีลอปส์แทน เมื่อหลายวันก่อน

ภาพเสื้อเชิ้ตตัวบางตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีราคาแพง อยู่ในสภาพยับยู่ยี่และหลุดลุ่ยออกนอกกางเกง เป็นภาพที่ใครก็ตามซึ่งคุ้นเคยกับคุณหนูเคเลบ แห่งตระกูลบอนเนอวิลล์ดีจะไม่คุ้นชินเอาซะเลย เพราะแทบไม่เคยมีให้เห็น ไม่นับผมสีดำสลวยที่เคยถูกหวีปัดจนเรียบกริบตอนนี้กลับเปะป่ายยุ่งเหยิง ใบหน้าที่เคยดูขาวใสราวเครื่องเคลือบเซรามิคเนื้อดีรึก็ดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด

ดวงตาสีฟ้าอมเทาที่กำลังเหม่อมองเพดานของเขาบวมช้ำและแดงก่ำ ทั้งที่ปกติมันเคยสดใสและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะเจ้าตัวต้องอดหลับอดนอนเฝ้าดูอาการ และพยายามปลุกปล้ำเพื่อป้อนนมให้ทิกเกอร์ตลอด 2-3 วันมานี้ และที่เจ้าตัวคงไม่อยากให้ใครรู้ก็คือ เด็กชายแอบร้องไห้คนเดียวอยู่หลายครั้ง เมื่อเผลอคิดว่าสัตว์เลี้ยงตัวแรกในชีวิตของเขาจะมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้เพียงแค่ไม่กี่วัน

เคเลบไม่รู้เลยว่าทำไมทิกเกอร์ถึงไม่ยอมกินอะไร ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ มันก็เอาแต่ส่งเสียงร้องเมี๊ยวเบาๆคล้ายพยายามบอกเล่าบางอย่างโดยไม่สนว่าเด็กชายตรงหน้ามันแม้อยากจะเข้าใจ ก็ไม่มีทางเข้าใจ

คาถา Traditum lanio ที่เปลี่ยนสัตว์เป็นคนได้ชั่วคราวก็ไม่ช่วยอะไรนัก ด้วยอายุของทิกเกอร์ตอนนี้ ถึงใช้คาถาก็ทำได้เพียงเปลี่ยนลูกแมวตัวน้อยให้กลายเป็นเด็กทารก ซึ่งยังคงสื่อสารกันไม่รู้เรื่องอยู่ดี คิดจะใช้คาถาเพิ่มอายุเข้าไปอีก ก็กลัวร่างกายที่กำลังอ่อนแอของมันจะรับไม่ไหว ทุกคนจึงตัดสินใจไม่ร่ายคาถาใดๆลงไปบนเจ้าแมวน้อย นาทีนี้จึงมีแต่ใจแลกใจเท่านั้น และเคเลบก็ให้ไปหมดแล้ว…ให้ทั้งหัวใจ…

เสียงกดกริ่งที่ด้านล่างดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าและเคาะประตูห้องของเขา พาให้เด็กชายผุดลุกขึ้นมานั่ง มือจับผมปัดๆให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตให้คนด้านนอกเปิดเข้ามาได้

“มิสเตอร์แพรท!?” เคเลบเรียกผู้ที่เปิดประตูเข้ามาด้วยน้ำเสียงซึ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ผู้ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มก็เช่นกัน เขาถึงกับชะงักเมื่อเห็นสภาพไม่คุ้นตาของเด็กชาย

เซน่า แอชลี่ย์ แพรท เป็นชายหนุ่มสูงปานกลาง รูปร่างเพรียวลม ผมสีดำยาวประบ่าและมีดวงตาสีม่วงเข้ม เขาคืออาจารย์พิเศษสอนคลาสไพรเวทให้เคเลบตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อนายไคลล์พ่อของเคเลบปฏิเสธจะให้ลูกชายคนเดียวของตนเข้าเรียนในโรงเรียนของพวกมักเกิ้ล

ครั้งนี้อาจารย์แพรทมาเพื่อบอกลา และแสดงความยินดีกับลูกศิษย์คนโปรดของเขาที่ได้รับจดหมายเชิญจากฮอกวอตส์ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อได้เห็นสภาพของว่าที่นักเรียนปี 1

“เคเลบ!!” มิสเตอร์แพรทอุทานเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง “เกิดอะไรขึ้นครับ?”

.

.

…………………………………………

“บางที การที่ทิกเกอร์ไม่ยอมนอน และไม่ยอมกินนม อาจจะเพราะมันคิดถึงแม่ก็ได้นะ”

มิสเตอร์แพรทออกความเห็น หลังจากเคเลบใช้เวลาพักใหญ่เล่าเรื่องราวของลูกแมวน้อยที่เขาได้มา แม้ไม่รู้จะช่วยยังไงนอกจากปลอบใจเด็กชาย แต่มิสเตอร์แพรทก็ให้กำลังใจเคเลบว่าลูกแมวน้อยของเขาต้องดีขึ้นในเร็วๆนี้แน่ๆ

ก่อนลากลับ มิสเตอร์แพรททำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาหยิบหมวกขนเฟอร์สีดำมีที่ปิดหูแบบรัสเซีย(ushanka) แต่ทำที่ปิดหูให้ยาวลงมาเป็นปอยดูน่ารักๆ สำหรับเด็ก จากกระเป๋าขึ้นมาส่งให้พร้อมรอยยิ้ม

“ผมเห็นว่าเคเลบไม่ค่อยชอบอากาศหนาวๆ วันหยุดยาวครั้งล่าสุดผมไปเที่ยวแถบรัสเซียมาครับ เห็นหมวกใบนี้แล้วคิดถึงเคเลบก็เลยซื้อมาฝาก มันน่าจะอุ่นดีและช่วยให้คุณเดินข้างนอกในช่วงฤดูหนาวได้สบายเลยล่ะ”

เคเลบรับหมวกมาอย่างดีใจ แล้วหยิบมาลองสวมดูปรากฏว่าพอดี เด็กชายกล่าวขอบคุณอีกครั้ง เขากอดลามิสเตอร์แพรทและยืนมองส่งอีกฝ่ายขี่ไม้กวาดบินสูงพ้นสายตาไป ก่อนจะกลับขึ้นห้องมาดูทิกเกอร์

…ได้เวลาลองป้อนนมอีกครั้ง…

นมสำหรับลูกแมวถูกอุ่นให้มีอุณหภูมิพอเหมาะ เคเลบใช้ขวดนมใบจิ๋วแตะที่ปากทิกเกอร์ เจ้าแมวน้อยยังไม่ยอมกิน มันแหงนหน้าสบตาเขา แต่วินาทีนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป มันยื่นอุ้งเท้าหน้ามาเขี่ยที่ปิดหูขนเฟอร์ที่ห้อยลงมาจากหมวกที่เขาลืมถอดออกอย่างสนใจ ก่อนจะตะครุบไปกอดซุกแล้วร้องม๊าวเบาๆ

…มันเป็นครั้งแรกที่เคเลบคิดว่าเขาเข้าใจสิ่งที่ทิกเกอร์พยายามบอกเขา…

คำพูดของมิสเตอร์แพรทดังขึ้นมาในหัว แต่ก็ไม่ดังไปกว่าเสียงจ๊วบๆดูดนมของเจ้าลูกแมวตัวน้อย มันนอนหลับตาพริ้มซุกปอยขนเฟอร์สีดำนั่น และเริ่มดูดแรงขึ้นจนขวดนมเล็กๆในมือของเคเลบสั่นไหวไปมา

เคเลบระบายลมหายใจออกยาวๆ ความเหนื่อยล้าค่อยๆมลายหายไปจากใบหน้าเด็กชายกลับกลายเป็นรอยยิ้ม

เคเลบแน่ใจว่ามิสเตอร์แพรทจะไม่ว่าอะไรถ้าเคเลบจะวางหมวกของเขาในไว้ในที่นอนแมวข้างๆตัวทิกเกอร์ ในเมื่อหมวกปิดหูขนเฟอร์ได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว…มันกำลังมอบความอบอุ่นซึ่งค่อยๆก่อตัวขึ้นภายในให้กับชีวิตน้อยๆ …สองชีวิต…

Advertisements

One thought on “[EHW] HW-01 /2016 : Pet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s