[FanFics] · [Fic] · [Side Story] · [Thor x Loki]

[Fic : Thor x Loki] LIE – Ep. 08 : Crossroad

Author’s Note : มาแจกมาม่าชาวเรือต่อ ช่วงนี้ได้คุยกับคนอ่านเยอะขึ้นก็มีกำลังใจ (.  .,,) ขอบคุณทุกคนที่ทักทายเข้ามานะคะ สนุกมากเลยการได้หวีด ได้คุยกับชาวเรือ ใครเห็นเราทางไหนก็ทักทายได้ตลอดน้า เป็นหมีใจดีที่ชอบแต่งฟิคค่ะ (…)

Pairing : Thor x Loki

Rate : G

Warning : LGBT , Boy’s Love , ฟิควาย , *Spoiler Alert* for Thor : Ragnarok

Edit : เกลาสำนวนบางจุดนิดหน่อยค่า 13/12/2017 @ 19:44   

EP : 00 | 01 | 02 | 03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08 | 09 | 10 | 11 | 12 |13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |20 | 21 | …

………………………………………………………………..

LIE – Ep. 08 : Crossroad

………………………………………………………………..

 เสียงฝีเท้าดังสะท้อนก้องห้องคุมขังมานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะเงียบลงเร็วๆนี้เสียด้วย เมื่อบุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้เป็นที่มาของเสียง ยังคงวิ่งวนอยู่ในห้องขังรูปวงแหวนประหลาดนี้ไม่ยอมหยุดตั้งแต่ถูกจับโยนเข้ามาในนี้ และไม่ว่าเพื่อนใหม่ชาวโครแนนในห้องขังเดียวกับเขาที่ชื่อ ‘กร็อก’ จะพูดยังไง เจ้าเทพบ้าพลังจากแอสการ์ดนั่นก็ยังรั้นจะวิ่งอยู่ดี แถมยังวิ่งเสียเต็มฝีเท้าราวกับกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างเสียด้วย

ธอร์ในตอนนี้ขอแค่ให้ตัวเองได้วิ่ง ได้ออกแรง ได้ทำอะไรก็ได้สักอย่าง เพื่อปลดปล่อยความรุ่มร้อนอัดอั้น และคับข้องใจของเขาออกมา… เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าอะไรจะตามมา ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อซึ่งเริ่มพากันประท้วง หรือปอดสองข้างซึ่งเริ่มเจ็บราวกับจะฉีก เขาไม่สนด้วยว่าตัวเองจะเหนื่อยแทบขาดใจ หรือจะล้มลงไปเสียตรงนี้เลยก็ได้… ขอแค่ไม่ต้องเป็นบ้า ไม่ต้องรู้สึกรู้สากับเรื่องราวมากมายที่รุมประดังกันเข้ามาในหัวตอนนี้

ลำพังไม่มีเรื่องอื่นเข้ามา ทุกวันนี้เขาเองก็ถูกอนุชาคนเดียวปั่นหัวจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือดอยู่แล้ว ตอนนี้ ไหนจะมีเรื่องของเฮล่า เรื่องแร็กนาร็อก การจากไปของพระบิดา และยังต้องมาสูญเสียอาวุธคู่กายอย่างโยลเนียร์ไปอีก

ธอร์แน่ใจ…ถ้าเป็นโลกิ…หมอนั่นคงรับมือกับเรื่องพวกนี้ได้อย่างชาญฉลาดกว่าเขา

…โลกิเป็นคนฉลาด… และธอร์รู้ดีว่าเขาไม่เหมือนอนุชา… เขาไม่ถนัดเรื่องการใช้หัวคิดเท่าโลกิ ยามที่เขาทั้งคู่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน การศึกใดต้องอาศัยการวางแผนการยุทธ์ โลกิจะเป็นคนแรกที่เขามอบความไว้วางใจให้เป็นมันสมองของทีมเสมอ…

…ส่วนเรื่องที่ธอร์ถนัด…คือการใช้หัวใจ…

หากเป็นสิ่งที่เขาเลือกแล้ว และตัดสินใจทำ เขาจะยอมแลกและทุ่มเททำมันสุดตัวเสมอ จนบางครั้งก็กลายเป็นการถลำลึกลงไปหากผิดพลาด และโลกิก็เลือกใช้มันเป็นจุดอ่อนย้อนกลับมาทำร้ายเขาหลายต่อหลายครั้ง

ทุกวันนี้ในความรู้สึก เรื่องราวระหว่างเขากับโลกิไม่ต่างจากการวิ่งวนในเขาวงกตอันจับต้นชนปลายไม่ถูก มีแต่คำถามที่เขาเฝ้าถามตัวเองซ้ำๆ แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบ…

บุตรแห่งโอดินไม่รู้เลยว่ามันเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร… แล้วจะไปสิ้นสุดลงที่ใด …ไม่รู้ว่าเขาพลาดพลั้งทำสิ่งใดลงไป…และตั้งแต่เมื่อไหร่… แล้วเหตุใดอนุชาเพียงคนเดียวที่เขารักและหวงแหนที่สุด… ผู้ที่เคยเป็นทั้งเพื่อนร่วมรบและคนรู้ใจ… บัดนี้ถึงราวกับเป็นคนอื่นซึ่งเขาไม่มีวันเข้าใจสีหน้า รอยยิ้ม และแววตา หรือแม้กระทั่งถ้อยคำที่พูดออกมาได้อีก

‘ข้าไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยในชีวิต’

…บางทีคำพูดของอนุชาเขาอาจเป็นความจริง…พวกเขาอาจไม่เคยได้รู้จักตัวจริงของกันและกันมาก่อนเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา...

…เจ้าชายรัชทายาทแห่งแอสการ์ดผู้แข็งแกร่ง บัดนี้ทิ้งทั้งร่างและหัวใจอันหนักอึ้งของเขาลงบนพื้นอันเยียบเย็นและโสมม…เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องในห้องขังพลันหยุดลง และถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบโยนซึ่งขาดเป็นห้วงๆ…และแผ่วเบาในความเงียบ

ทั้งๆที่รู้ว่าต้องแข่งกับเวลา บุตรแห่งลอเฟย์ก็ยังคงเอาแต่เดินกลับไปกลับมาเป็นหนูติดจั่นอยู่ในห้องของตนเองมาพักใหญ่ จริงอยู่ว่าการพบกันครั้งล่าสุดธอร์ดูจะดีใจที่ได้เจอเขา

…แต่…

ใบหน้าเทพหนุ่มกลับขึ้นสีฝาดเรื่อด้วยความกระอักกระอ่วนใจ เมื่อนึกถึงสายตาเชษฐาซึ่งมองมาที่เขาสลับกับแกรนด์มาสเตอร์ในตอนนั้น

…ใครใช้ให้เจ้าโผล่มาช้า!…

ไม่ใช่สิ!… โผล่มาผิดเวลาต่างหาก อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น เขาก็จะได้ใบเบิกทางการันตีสู่ชีวิตใหม่อันสุขสบายบนดาวดวงนี้โดยไม่รู้สึกอะไรแล้วแท้ๆ…

จะให้กลับไปแอสการ์ด สู้กับพี่สาวผู้เป็นเทพีแห่งความตายน่ะเหรอ… มันการกระทำของคนโง่ชัดๆ!…

โลกิเผลอกัดริมฝีปากล่างตนเองโดยไม่รู้ตัว อาจเพราะลึกๆแล้วเขารู้

…ถ้าจะมีคนโง่สักคน ที่คิดกลับไปแอสการ์ด เพื่อทำตัวเป็นฮีโร่โดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองล่ะก็…

…คนๆนั้นคือธอร์…

ก็ขนาดชีวิตไร้ค่าของยักษ์น้ำแข็งแห่งโยธันไฮม์ ที่โลกิเคยพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วยไบฟรอสต์คราวนั้น เชษฐาของเขายังสู้ยิบตาเพื่อปกป้อง ถึงขนาดยอมทุบทำลายไบฟรอสต์ ทิ้งเส้นทางเดียวที่เจ้าพี่โง่นั่นจะกลับไปหานางในดวงใจชาวมิดการ์ดได้

…ใช่…ต้องโง่ขนาดไหนถึงทำเรื่องแบบนั้น…ทั้งที่แต่ก่อนตอนเด็กๆเคยเป็นคนพูดเองแท้ๆ ว่าจะฆ่าล้างให้สิ้นซาก…

‘ยักษ์น้ำแข็งยังมีชีวิตอยู่ไหมครับ?’

โลกิจำได้ว่าเขาเองเป็นคนถามโอดินออกไปอย่างหวาดๆ

‘ข้าได้เป็นกษัตริย์เมื่อไหร่ จะฆ่าล้างมันให้สิ้นซาก!’

และนั่นคือคำพูดของธอร์เมื่อครั้งที่พวกเขายังเยาว์วัยกว่านี้มาก

…แน่ล่ะ ในตอนนั้นทั้งเขาและเชษฐา ไม่มีใครรู้เลยว่า…

…เจ้าชายองค์รองแห่งแอสการ์ด…จะเป็นยักษ์น้ำแข็ง…

ดวงตาสีเขียวใสของโลกิไหววูบ ก่อนจะหยักยิ้มอย่างฝืดฝืน เขาเดาว่าธอร์คงรู้เรื่องนี้แล้วจากปากพระบิดา ในช่วงที่เขาต้องร่อนเร่ในอวกาศเพียงลำพังจนไปเจอกับธานอส

การที่ธอร์ยังคงเห็นเขาเป็นน้อง และตามมาถึงมิดการ์ดเพื่อพาเขากลับบ้าน หรืออันที่จริงอาจเป็นเพียงความต้องการจับเขาไปคุมขังในแอสการ์ดเพื่อปกป้องมิดการ์ดก็ตาม… ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง มันก็เปรียบประดุจความฝันแสนหวานซึ่งเขาไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงอยู่ดี

ถึงแม้จะรู้สึกดีใจแต่มันก็สายไปแล้ว… เขาในตอนนั้น…ถอยกลับไม่ได้อีกแล้ว

…เจ้าพี่โง่…พอเป็นเรื่องข้า…ท่านมักช้าเกินไปเสมอ…

โลกิถอนหายใจยาว ขณะก้าวเท้าไปทางโซฟามุมห้อง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ และมองดูร่างมายาของตนเดินหายออกจากห้องไป

“โอดิน…หวังว่าท่านพ่อจะสถิตย์อยู่ในวัลฮาลา… ที่ซึ่งผู้กล้าคงอยู่นิรันดร์… เราจะช่วยสวดและโศกเศร้า…”

“…เพื่อผู้วายชนม์อย่างสมพระเกียรติ…”          “…เพื่อผู้วายชนม์อย่างสมพระเกียรติ…”

เสียงคุ้นหูของใครอีกคนดังประสานขึ้นมาจากเบื้องหลัง เรียกให้ผู้ซึ่งเพิ่งเสร็จพิธีน้อมส่งดวงวิญญาณของพระบิดาเหลียวกลับไปมองทางเจ้าของเสียง

โลกิยืนอยู่เบื้องหน้า แต่ธอร์เพียงเปลี่ยนจากคุกเข่าทิ้งตัวลงนั่งเอนพิงผนังห้องขัง บุตรแห่งโอดินเงยมองอนุชา แต่เพียงแวบเดียวดวงตาสีฟ้าครามก็เบือนหลบไปทางอื่นอย่างหมางเมิน

“เจ็บใช่ไหมล่ะ?… ถูกหลอกเข้าเหมือนกัน ถูกหลอกว่าเป็นอย่างนึงแล้ว มารู้ทีหลังว่าเป็นเรื่องแต่ง…”

!!

คนพูดชะงักไป เมื่อเศษหินก้อนหนึ่งถูกเชษฐาตนขว้างใส่สีข้างเขาเบาๆ แน่ล่ะว่ามันลอยทะลุผ่านร่างมายาของโลกิไป และธอร์ก็หันกลับไปสนใจหินบนพื้นใกล้ตัวอีกครั้ง แทนการมองสบตาคนตรงหน้า

โลกิได้แต่ยิ้มอย่างปลงๆ

…นึกเหรอว่าเขาไม่อยากมาหา… แค่ร่างมายานี่ก็เสี่ยงมากแล้วด้วยซ้ำที่มาที่นี่…

แต่นั่นก็แค่ความคิด สิ่งที่เทพแห่งคำลวงกล่าวออกไปกลับเป็น…

“พี่ไม่คิดว่าข้ามาตัวเป็นๆใช่ไหม? ที่นี่โสโครกจะตาย”

แล้วหินอีกก้อนก็ลอยทะลุผ่านกลางลำตัวของเขาด้วยฝีมือของเชษฐา

“แปลว่าพี่ไม่อยากให้ข้าช่วยเหรอ? ข้าเสี่ยงให้แกรนด์มาสเตอร์ระแวงไม่ได้… ข้าเสียเวลาเอาใจอยู่ตั้งนาน เขาดูติงต๊อง แต่ใจกว้างน้า ที่ข้าจะบอกคือ พี่มาอยู่ฝ่ายข้า เข้าฝ่ายแกรนด์มาสเตอร์…แล้ว…..”

ร่างมายาของโลกิเมินก้อนหินซึ่งลอยทะลุร่างเขาไปอีกครั้งและพูดต่อ

“…ไม่แน่อีกหน่อย มีอุบัติเหตุกับแกรนด์มาสเตอร์ แล้วพี่…. กับข้า….”

มายาของโลกิทำมือเป็นสัญญาณ ชูนิ้วโป้งทั้งสองข้างคล้ายสื่อความหมายว่าพวกเขาทั้งคู่จะขึ้นปกครองซาคาร์ หากแต่หินก้อนใหญ่กว่าเก่าคราวนี้ลอยหวือจากมือคนที่นั่งเงียบ ทะลุผ่านหน้าของร่างมายาไป ทำเอาคนพูดไม่หลงเหลือรอยยิ้มบนใบหน้าอีก

“พี่ไม่ได้คิดจะกลับไปจริงๆใช่ไหม?”

“….”

อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบ และดวงตาสีฟ้าของธอร์ก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมองมาทางโลกิอีก

…ทำไมถึงได้ดื้อด้านและโง่เง่าถึงเพียงนี้นะ…

บุตรแห่งลอเฟย์ได้แต่กรีดร้องอยู่คนเดียวในใจ

“พี่ใหญ่ของเรา… บีบค้อนพี่แตกอย่างกับบีบแก้ว นางแข็งแกร่งกว่าเรา แข็งแกร่งกว่าพี่! พี่ไม่มีโอกาสเลย… พี่เข้าใจที่ข้าพูดไหมเนี่ย!”

ธอร์ยังคงไม่ตอบ ในลำคอบุตรแห่งโอดินยามนี้คล้ายมีก้อนจุกขึ้นมาด้วยความโกรธ

…ทำไมเขาจะไม่รู้… แต่ต่อให้รู้ว่ากลับไปแล้วต้องตาย เขาก็เลือกจะกลับไปอยู่ดี… เขาไม่ใช่คนที่จะใช้ชีวิตนั่งดื่มเหล้าไวน์เฮฮาทั้งวันอยู่ในงานปาร์ตี้โง่ๆนั่น ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าบ้านเกิดของตนกำลังตกอยู่ในมหันตภัยร้าย และประชาชนชาวแอสการ์ดอาจกำลังเดือดร้อนและทุกข์เข็ญภายใต้เงื้อมมือของเฮล่า…

…เขารู้ว่าโลกิแตกต่างจากเขา… เพราะสิ่งที่เขาแบกไว้บนบ่า…คือหน้าที่ในฐานะเจ้าชายรัชทายาทแห่งแอสการ์ด… คือคำสัญญาจะปกปักษ์รักษาความสงบสุขให้กับผู้คนอันเป็นประชาชนของเขา…

“……”

ดวงตาสีเขียวมองใบหน้าหมางเมินของเชษฐา เขาไม่รู้ว่าต้องพูดเช่นไร ต้องห้ามยังไงอีกคนถึงจะยอมฟัง ถึงจะยอมเข้าใจ

…ธอร์เป็นแบบนี้เสมอ… เมื่อตัดสินใจเรื่องใดลงไป คนตรงหน้าจะก้าวไปตามทางที่เลือกอย่างมั่นคงไม่เคยโลเล ไม่เคยหันหลังกลับ…

…เพราะแบบนั้น… คนที่อยู่ได้เพียงด้านหลังอย่างเขาถึงไม่เคยอยู่ในสายตา… ถึงไม่เคยมีความหมาย…

“ได้… ข้าว่าข้าคงต้องลุยเดี่ยวแล้ว… เหมือนทุกทีนั่นแหละ”

โลกิกล่าวออกมาอย่างตัดพ้อ หากแต่คนตรงหน้ากลับยกยิ้มหยันและหลับตาลง ทิ้งเขาไว้ราวอากาศธาตุ

“จะไม่พูดอะไรเหรอ?…”

…ท่านพี่… อย่าทำเหมือนไม่เห็นหัวข้า…

“พูดอะไรบ้างสิ!”

“จะให้ข้าพูดอะไร?…”

ในที่สุดธอร์ก็ยอมเปิดปาก หากแต่หัวใจของเขากลับปิดแน่น

“เจ้าหลอกทำเป็นตาย!… เจ้าชิงบัลลังก์พ่อ ปลดอำนาจของโอดิน! ทิ้งเขาไว้บนโลกให้ตาย! เจ้าปล่อยเทพีแห่งความตาย! พูดแค่นี้พอใจรึยังหรือจะให้ย้อนกลับไปมากกว่าสองวัน!”

…ใช่…ทั้งหมดนั่นเป็นฝีมืออนุชาของเขา… และคนที่ทำทั้งหมดนั่นลงไป… ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องพาตัวเองกลับไปรนหาที่ตายที่แอสการ์ด…

“รู้ไหม… ข้ายังไม่ได้เห็นแชมเปี้ยนที่เขาคุยนักคุยหนา… แต่ก็ได้ยินว่ามันโหดได้ใจเลย…

โลกิ ลอเฟย์ซันเอ่ยเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาเสียดื้อๆ ดวงตาสีเขียวจับจ้องใบหน้าผู้เป็นเชษฐาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“…ข้าเดิมพันคู่แข่งพี่ไว้เยอะพรุ่งนี้… อย่าให้น้องผิดหวัง…”

คำสัญญาซึ่งธอร์เพียรพยายามรักษามันมาโดยตลอด คล้ายกับถูกอีกคนยกมาทวงเพื่อเหยียบย่ำ

‘…งั้นข้าขอให้สัญญา…โลกิ… ข้าจะเป็นพี่ชายที่ดีของเจ้า… จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังในตัวข้าอีก…’

ธอร์คว้าขวดแก้วที่ตกอยู่ข้างตัวแล้วเขวี้ยงใส่ภาพมายาของโลกิ และมันลอยทะลุร่างซึ่งกำลังเลือนหายไปจนกระทบผนังด้านหลังเสียงดังสนั่น

…ขวดแก้วแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แต่ละเศษเสี้ยวร่วงกราวลงบนพื้น…พร้อมๆกับบางสิ่งซึ่งกำลังแหลกสลายอยู่ในกายผู้ซึ่งไม่ยอมให้ใครได้เห็นความอ่อนแอ…

…ทั้งธอร์และโลกิรู้ดีว่า การสนทนาของพวกเขาจบลงแล้ว…

…เส้นทางที่เขาทั้งคู่เลือกเดินก็ถูกขีดขึ้นมาแล้วเช่นกัน…

มันอาจเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดแล้วในความคิดของพวกเขา… แต่คงเป็นการเดินทางที่เงียบเหงาไปบ้าง เมื่อต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่า…ในเส้นทางซึ่งพวกเขาเลือกเดินนั้นจะไม่มีแม้แต่เงาของอีกคน…

==TBC.==

Advertisements

8 thoughts on “[Fic : Thor x Loki] LIE – Ep. 08 : Crossroad

      1. แกล้งพี่ท้อได้ แต่ห้ามแกล้งน้องโลรู้มั้ยยยย ด้อมนี้ลำเอียงงบอกเลยย

        Like

      2. ไม่มีความยุติธรรมในมิดการ์ดจีๆ 5555 เรายุติธรรมนะ เราแกล้งทั่วถึง

        Like

  1. ปวดใจจจจจจ ซีนนี้อึดอัดแทนน้องมากๆ
    เป็นน้องจะปาหินกลับ ไอ้พี่ท้อคิดไปเองเรื่อย
    แต่พี่แกก็เจอเรื่องมาเยอะจริง เฮ้ออออ
    แอสการ์ดร่วมใจได้แล้ววว

    Like

    1. (> <,,) ดีใจจังค่ะที่อิน!! (…) คิดว่าเพราะนิสัยต่างกันก็เลยโฟกัสต่างกันอะน้า แล้วแบบ ซึนไงซึน พูดดีๆไม่เป็น ยิ่งอ้อมค้อมมันก็เลยยิ่งไปกันใหญ่เน้อะ คนอ่านชอบ คนเขียนก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ เอ๊ะ อึดอัดแทนน้องนี่คือชอบใช่ไหม 5555 ขอเราขี้ตู่นิดนึงนะ

      Like

  2. จบประโยคสุดท้ายได้ทรมานมากค่า ฆ่าให้ตายกันเลยดีกว่า ยิ่งไม่เข้าใจกันเท่าไหร่ก็ปวดใจเนอะคู่นี้ ชอบมาก อ่านต่อไปค่า^^

    Like

    1. ตอนนี้ในหนังทำมาเราว่ามันซึมๆด้วย คือธอร์ไม่ดูเลยว่าน้องห่วงนะ น้องมาง้อออออ หนังจัดมาเราก็จัดต่อ… แงงงงง เศร้าไปด้วยกันค่า

      Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s